Author: meds correct

กิจกรรมโครงการรณรงค์ข้าราชการไทยหัวใจสีขาว กองบริการทางการแพทย์

บุคลากรกองบริการทางการแพทย์ ร่วมกิจกรรมโครงการรณรงค์ข้าราชการไทยหัวใจสีขาว เป็นกิจกรรมใช้ในการขับเคลื่อนงานราชทัณฑ์ เพื่อปลูกฝังการป้องกันการทุจริต การสร้างค่านิยม การส่งเสริมคุณธรรมให้กับบุคลากรกรมราชทัณฑ์ ได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการต่อต้านการทุจริตในหน่วยงาน

กองบริการทางการแพทย์ ขอประกาศบุคคลต้นแบบที่เป็นผู้มีความประพฤติดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

กองบริการทางการแพทย์ ขอประกาศบุคคลต้นแบบ ที่เป็นผู้มีความประพฤติดี สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน และประพฤติปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมองค์กร ที่สอดคล้องกับคุณธรรม 5 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู

“ราชทัณฑ์ไทย สู้ให้สุด หยุดการโกง”


ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กองบริการทางการแพทย์ ร่วมประกาศเจตจำนงสุจริตในการบริหารงานของกรมราชทัณฑ์ และร่วมต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ภายใต้แนวคิด “ราชทัณฑ์ไทย สู้ให้สุด หยุดการโกง” DOC THAILAND FIGHT AGAINST CORRUPTION

ประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง เจตจำนงค์สุจริตในการบริหารงานของกรมราชทัณฑ์ และช่องทางการร้องเรียน/ร้องทุกข์

กองบริการทางการแพทย์ ขอแจ้งประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง เจตจำนงค์สุจริตในการบริหารงานของกรมราชทัณฑ์ และช่องทางการร้องเรียน/ร้องทุกข์ หรือแจ้งเบาะแสการทุจริต 

กระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลบริการด้านสาธารณสุข (MOU)

วันอังคารที่ 17 กันยายน 2567 เวลา 13.30 น. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลบริการด้านสาธารณสุข (MOU) ระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข กับ กระทรวงยุติธรรม โดยมี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม และนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เข้าร่วมฯ ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร ชั้น 2

มอบโล่รางวัลพระราชทานแก่ผู้แทนเรือนจำที่ได้รับรางวัลเรือนจำดีเด่นตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ประจำปีพุทธศักราช 2566

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
มอบโล่รางวัลพระราชทานแก่ผู้แทนเรือนจำที่ได้รับรางวัลเรือนจำดีเด่น
ตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประจำปีพุทธศักราช 2566
และใบประกาศเกียรติคุณสำหรับโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำที่ได้รับรางวัล จำนวน 16 แห่ง
และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สนับสนุนการดำเนินงานของเรือนจำที่ได้รับรางวัล จำนวน 14 แห่ง
ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง
วันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2567

วันที่ 27 สิงหาคม 2566 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการมอบรางวัลเรือนจำและโรงพยาบาลแม่ข่ายดีเด่น ตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้แต่งตั้งคณะกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2564 โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา
นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นองค์ประธานกรรมการ

มูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ ได้เข้ามาช่วยเสริมการทำงานของกรมราชทัณฑ์และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อดูแลสุขภาพผู้ต้องขังให้ได้รับการรักษาพยาบาลเท่าเทียมกับบุคคลภายนอกให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน และให้ความช่วยเหลืออุปกรณ์ เครื่องมือ เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ตลอดจนพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ของ กรมราชทัณฑ์ โดยความร่วมมือของบุคลากรและโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงกลาโหม องค์กรเอกชน และหน่วยงานจิตอาสา และต่อมาคณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้มีการประชุมและมีมติให้จัดกิจกรรมการประกวดเรือนจำและโรงพยาบาลแม่ข่ายดีเด่นขึ้น เพื่อพัฒนาการทำงานของเรือนจำและโรงพยาบาลแม่ข่าย

องค์ประธานมูลนิธิฯ มีพระดำริที่ทรงต้องการสร้างขวัญและกำลังใจ เชิดชูเกียรติ และพัฒนาการทำงานของเรือนจำ รวมทั้งโรงพยาบาลแม่ข่าย คณะกรรมการมูลนิธิฯ จึงได้มีมติจัดกิจกรรมการประกวดเรือนจำดีเด่น โรงพยาบาลแม่ข่าย และสำนักงานสาธารณสุขที่ให้การสนับสนุน โดยได้มีการจัดตั้งคณะทำงานคัดเลือกเรือนจำดีเด่นโดยมีพลอากาศเอก สุบิน ชิวปรีชา เป็นประธานคณะทำงาน มีการประชุมและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม เพื่อคัดเลือกเรือนจำในระดับต่างๆ โดยในปีนี้เป็นการจัดกิจกรรมครั้งที่ ๒ มีการแบ่งกลุ่มเรือนจำเป็น ๓ กลุ่ม ได้แก่ เรือนจำขนาดใหญ่ เรือนจำขนาดกลาง และเรือนจำขนาดเล็ก ในแต่ละกลุ่มจะมีรางวัลระดับดีเด่น รางวัลระดับดีมาก รางวัลระดับดี และรางวัลชมเชย ซึ่งมีหลักเกณฑ์การประกวดเรือนจำ จำนวน 7 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านการป้องกันและควบคุมโรคที่สำคัญ 2. ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ 3. ด้านการพัฒนาระบบบริการสุขภาพผู้ต้องขัง 4.ด้านการพัฒนาบุคลากร 5. ด้านมุมสุขภาพราชทัณฑ์ปันสุข 6. ด้านการจัดบริการสุขภาพจิตและจิตเวชผู้ต้องขัง และ 7. ด้านนวัตกรรมราชทัณฑ์ปันสุข

นอกจากเรือนจำที่ได้รับโล่รางวัลแล้ว คณะทำงานคัดเลือกเรือนจำดีเด่นยังได้มอบประกาศนียบัตรเป็นรางวัลให้แก่โรงพยาบาลแม่ข่ายและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ของเรือนจำที่ได้รับรางวัล เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนในการดำเนินงานด้านสาธารณสุข โดยผู้ที่เข้ารับรางวัล จะประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่ข่าย และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด รวมทั้งสิ้น 47 ราย ดังนี้
กลุ่มที่ 1 เรือนจำขนาดใหญ่
รางวัลที่ 1 (ระดับดีเด่น) ได้แก่ เรือนจำกลางฉะเชิงเทรา
หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ โรงพยาบาลพุทธโสธร
และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา
รางวัลที่ 2 (ระดับดีมาก) ได้แก่ เรือนจำกลางอุบลราชธานี
หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี
รางวัลที่ 3 (ระดับดี) ได้แก่ เรือนจำกลางนครปฐม
หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ โรงพยาบาลนครปฐม
และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม
รางวัลชมเชย 1 ได้แก่ ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก
หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ โรงพยาบาลปากช่องนานา
และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา
รางวัลชมเชย 2 ได้แก่ เรือนจำกลางอุดรธานี
หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ โรงพยาบาลอุดรธานี
และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี

กลุ่มที่ 2 เรือนจำขนาดกลาง
รางวัลที่ 1 (ระดับดีเด่น) ได้แก่ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่
หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ โรงพยาบาลนครพิงค์
และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่
รางวัลที่ 2 (ระดับดีมาก) ได้แก่ เรือนจำอำเภอนางรอง
หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ โรงพยาบาลนางรอง
และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์
รางวัลที่ 3 (ระดับดี) ได้แก่ เรือนจำจังหวัดพังงา
หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ โรงพยาบาลพังงา
และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา
รางวัลชมเชย 1 ได้แก่ เรือนจำจังหวัดระนอง
หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ โรงพยาบาลระนอง
และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง
รางวัลชมเชย 2 ได้แก่ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษจังหวัดปทุมธานี
หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ โรงพยาบาลธัญบุรี
และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี
รางวัลชมเชย 3 ได้แก่ เรือนจำอำเภอสีคิ้ว
หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ โรงพยาบาลสีคิ้ว
และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา

กลุ่มที่ 3 เรือนจำขนาดเล็ก
รางวัลที่ 1 (ระดับดีเด่น) ได้แก่ ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก
หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ โรงพยาบาลวังทอง
และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก
รางวัลที่ 2 (ระดับดีมาก) ได้แก่ ทัณฑสถานหญิงสงขลา
หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ โรงพยาบาลสงขลา
และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา
รางวัลที่ 3 (ระดับดี) ได้แก่ เรือนจำจังหวัดสุโขทัย
หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ โรงพยาบาลสุโขทัย
และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย
รางวัลชมเชย 1 ได้แก่ เรือนจำจังหวัดสิงห์บุรี
หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ โรงพยาบาลสิงห์บุรี
และ สำนักงานสาธารณสุขสิงห์บุรี
รางวัลชมเชย 2 ได้แก่ ทัณฑสถานหญิงธนบุรี
หน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

อนึ่ง การมอบรางวัลเรือนจำดีเด่นตามโครงการรทัณฑ์ปันสุขฯ เป็นพระดำริของสมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ ที่ทรงต้องการให้มีการพัฒนาและการดูแลสุขภาพผู้ต้องขังด้วยการประกวดผลงานระหว่างเรือนจำ อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานของเรือนจำและโรงพยาบาลแม่ข่ายด้วย

ที่มา : https://www.moj.go.th/view/99207

“สภาการพยาบาลขอชื่นชมพยาบาลผู้ทำความดี”

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 ที่อาคารกรมราชทัณฑ์ ชั้น 7 เวลาประมาณ 10.10 น. ดร.พว.ปฏิญญา สร้อยสน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการรักษาและฟื้นฟูสภาพ กองบริการทางการแพทย์ กรมราชทัณฑ์ พว.วิยะดา ธรรมรักษา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ พว.พงศ์พล หนูดอนทราย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ และ พว.อังคณา สุ่มสม พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ปฏิบัติงานในกลุ่มงานส่งเสริมการรักษาและฟื้นฟูสภาพ กองบริการทางการแพทย์ กรมราชทัณฑ์ ได้ให้การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในกรมราชทัณฑ์ ที่มีอาการหมดสติ ไม่รู้สึกตัว โดยใช้ทักษะทางวิชาชีพในการประเมินอาการ ระดับความรู้สึกตัว ไม่พบสัญญาณชีพ จึงทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ร่วมกับการใช้ AED จนผู้ป่วยกลับมามีสัญญาณชีพ พร้อมทั้งประสานหน่วยกู้ชีพเพื่อนำส่งไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลต่อไป
ในการนี้ สภาการพยาบาลขอแสดงความชื่นชม ดร.พว.ปฏิญญา สร้อยสน พว.วิยะดา ธรรมรักษา พว.พงศ์พล หนูดอนทราย และ พว.อังคณา สุ่มสม ในการทำความดีด้วยหัวใจ ช่วยเหลือผู้อื่นโดยทันที ด้วยจิตอาสา ถือเป็นแบบอย่างของการใช้ความรู้ความสามารถในวิชาชีพพยาบาลให้เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ สร้างความสุขให้สังคม
ภาพและเนื้อหาได้รับการอนุญาตจาก ดร.พว.ปฏิญญา สร้อยสน พว.วิยะดา ธรรมรักษา พว.พงศ์พล หนูดอนทราย และ พว.อังคณา สุ่มสม แล้ว

แนวทางการปฏิบัติตนของข้าราชการ กรมราชทัณฑ์ตามข้อกำหนดจริยธรรมของกรมราชทัณฑ์

ขอแจ้งแนวทางการปฏิบัติตนของข้าราชการ กรมราชทัณฑ์ตามข้อกำหนดจริยธรรมของกรมราชทัณฑ์ ให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดทุกท่านรับทราบ และถือปฏิบัติ

“แนวทางการปฏิบัติการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการกรมทัณฑ์”


กรมราชทัณฑ์ ได้เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ จัดทำสื่อ อินโฟกราฟิก และวีดีทัศน์ ปฏิบัติตนตามแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการกรมราชทัณฑ์   “5 ห้าม 5 ให้” ซึ่งเป็นการรณรงค์การใช้สื่อสารออนไลน์ของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ เพื่อใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติตนมิให้ขัดต่อประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน และข้อกำหนดจริยธรรมของกรมราชทัณฑ์ ไม่ผิดระเบียบ กฎหมาย ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายต่อผู้หนึ่งผู้ใด และเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร

“นโยบาย NO GIFT POLICY” “งดให้ งดรับ” ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567


ตามนโยบายของกรมราชทัณฑ์ ในมิติที่ 8 พัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนงานราชทัณฑ์ ภายใต้หัวข้อการบริหารจัดการองค์กรด้วยระบบธรรมาภิบาล 6 ประการ คือ หลักคุณธรรม หลักนิติธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักสำนึกรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทุกคนพร้อมขับเคลื่อนนโยบาย NO GIFT POLICY “งดให้ งดรับ” ของขวัญ ของฝาก ของกำนัล หรือผลประโยชน์อื่นใดในทุกเทศกาล เพื่อให้มีวัฒนธรรมการทำงานที่โปร่งใส และเป็นมาตรฐานและแนวทางในการบริหาร เกิดผลสัมฤทธิ์มีประสิทธิภาพสูงสุดตามพันธกิจของกรมราชทัณฑ์
อย่างมีธรรมาภิบาล หลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติ หรือเอื้อให้เกิดผลประโยชน์ต่อกัน โดยขอรับทุกความปรารถนาดี ผ่านบัตรอวยพร หรือคำอวยพรเท่านั้น