ทัณสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น นอกจากควบคุมผู้ต้องขังแล้ว ยังมีหน้าที่บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังที่ติดยาเสพติดอีกหน้าที่หนึ่ง ในการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ได้ดำเนินการเป็นขั้นตอนดังนี้ คือ การใช้กายบำบัด จิตบำบัด อาชีวะบำบัด ดนตรีบำบัด และชุมชนบำบัด โดยเฉพาะด้านงานชุมชนบำบัดปัจจุบันนับว่า มีความสำคัญมากในการแก้ไขปัญหาผู้ติดยาเสพติดในต่างประเทศ
ทัณฑสถานฯ ได้จัดตั้งงานชุมชนบำบัดขึ้นภายในทัณฑสถานฯ โดยใช้ชื่อว่า "ศูนย์รุ่งอรุณ" (วันใหม่ ชีวิตใหม่) รับผู้ต้องขังที่มีประวัติเคยใช้ยาเสพติดเข้ามาเพื่อบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ เปิดดำเนินการเมื่อ วันที่ 25 มกราคม 2537 ปัจจุบันการดำเนินงานด้านชุมชนบำบัด มีเจ้าหน้าที่ผ่านการฝึกอบรมด้านชุมชนบำบัด จากศูนย์คอมมูนิต้า-อินคอนโทร ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ดูแลและควบคุมการดำเนินงาน จำนวน 2 คน ซึ่งทัณฑสถานฯ จะได้ปรับปรุงการดำเนินงานด้านชุมชนบำบัดให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลยิ่ง ๆ ขึ้น ไป โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
ศูนย์รุ่งอรุณได้ดำเนินการในการคัดเลือกนักโทษเด็ดขาดเข้าเป็นสมาชิก ดังนี้
คัดเลือกนักโทษเด็ดขาดที่เป็นสมาชิกเก่าที่มีความเข้าใจในระเบียบของศูนย์ เป็นที่ยอมรับของสมาชิก มีความประพฤติเรียบร้อย สามารถดูแลสมาชิกได้ และเป็นที่ยอมรับของ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลให้เป็น หัวหน้าศูนย์ 1 คน
- กิจกรรมหลักทั่วไป
1.1 การสัมภาษณ์ (interview) เป็นกิจกรรมแรกที่ผู้สมัครเข้ารับการฟื้นฟู สมรรถภาพจะได้รับจากศูนย์ เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญมากเพราะผู้สมัครส่วนมากยังไม่มีความมั่นใจว่าชุมชนบำบัดจะนำพาเขาไปสู่ความสำเร็จได้ กิจกรรมนี้แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ
1) การสัมภาษณ์โดยเจ้าหน้าที่ (Staff Interview) เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์จะทำการซักประวัติสถานะภาพทางครอบครัว วุฒิการศึกษาประวัติการใช้ยาเสพติด ชนิด ระยะเวลา ปริมาณ บันทึกเก็บไว้เป็นข้อมูล ขั้นตอนนี้ใกล้เคียงกับการจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง จะแตกต่างในส่วนที่ ผู้สัมภาษณ์จะต้องสร้างแรงจูงใจให้กับผู้สมัครเกิดความต้องการที่ จะเปลี่ยนแปลงตนเองในทางที่ดี มีความมุ่งมั่นที่เลิกยาเสพติด
2) การสัมภาษณ์โดยสมาชิก (Emotional Interview) เมื่อผู้สมัครได้รับการสัมภาษณ์จากเจ้าหน้าที่ของสมาชิกเก่าที่ได้รับการพิจารณา จากเจ้าหน้าที่แล้วว่ามีประวัติและพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกับผู้สมัคร ดำเนินการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ในขณะเดียวกันสมาชิกเก่าจะชี้ให้สมาชิกใหม่เห็นถึงการไม่บรรลุนิติภาวะความอ่อนแอทางอารมณ์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อการดำรงชีวิตชี้ให้รู้ว่าตนเองมีความต้องการ ช่วยเหลือ สร้างแรงจูงใจให้เกิดความหวังที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี และ ถูกต้อง เมื่อผู้สมัครได้รับการพิจารณาเข้าเป็นสมาชิกแล้วระยะแรก ต้องจัดสมาชิกเก่า ที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีแล้วเป็น พี่เลี้ยงคอยให้ คำแนะนำการปฏิบัติตัวในศูนย์ของสมาชิกใหม่
1.2 การเตรียมการประชุมในตอนเช้า (Per-Morning Meeting) เป็นการประชุมเพื่อเตรียมการประชุมกลุ่มเช้า จะดำเนินการก่อนประชุมกลุ่มเช้าเล็กน้อยโดยทั่วไปจะใช้เวลาในการประชุมประมาณ 20 นาที ผู้เข้าประชุมประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ สมาชิกที่เสนอหัวข้อประชุมกลุ่มเช้าของวันนั้น มีจุดประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางในการประชุมกลุ่มเช้าให้มีความชัดเจน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการซักถามสมาชิกที่เสนอหัวข้อประชุมกลุ่มเช้า เพื่อให้คำแนะนำการนำเสนอหัวข้อประชุมกลุ่มเช้า ทีละคนในกรณีพิจารณาแล้วเห็นว่า หัวข้อที่สมาชิกจะนำเสนอประชุมกลุ่มเช้าไม่เข้าลักษณะที่สร้างสรรค์หรือเกิดประโยชน์ ต่อสมาชิก
1.3 การประชุมกลุ่มเช้า (Morning Meeting) เป็นการประชุมสมาชิกทั้งหมดภายในศูนย์ในตอนเช้าทุกวัน ไม่อนุญาตให้สมาชิกขาดการประชุม ยกเว้นกรณีเจ็บป่วยการประชุมบันทึกหัวข้อการประชุมและให้สมาชิกลงชื่อเป็นผู้นำเสนอหัวข้อ ในการประชุมกลุ่มเช้าทุกคน การประชุมกลุ่มเช้ามีจุดประสงค์เพื่อ ให้สมาชิกทุกคนได้มีส่วนเกี่ยวข้องรับรู้สภาพความเป็นไปของศูนย์การประชุมกลุ่มเช้า อย่างน้อยต้องประกอบด้วยหัวข้อนำเสนอ ดังนี้
1) ผู้ดำเนินการ การประชุมกลุ่มเช้า
2) ผู้นำกล่าวคำปรัชญาคำขวัญของศูนย์
3) ผู้นำเสนอข้อคิดประจำวัน (เช่น คติพจน์ คำสุภาษิต ข้อเตือนใจ เป็นต้น)
4) ช่วงเวลาธุรการ (เป็นช่วงเวลาการแจ้งข่าวสารความเป็นไปภายในศูนย์)
5) ผู้เสนอข่าว (เป็นผู้เสนอข่าวสารเหตุการณ์ที่เกิดภายนอกศูนย์)
6) ผู้นำเล่นเกมส์ (เป็นช่วงปิดท้ายการประชุมกลุ่มเช้าเพื่อให้สมาชิกคลายความตึงเครียด)
1.4 การประชุมทั้งบ้าน ( House Meeting) เป็นการประชุมทั้งศูนย์รวมทั้งเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ใช้ในกรณีต้องมีการพิจารณาถึงพฤติกรมที่เบี่ยงเบียนของสมาชิกบางคน มีจุดประสงค์ เพื่อต้องการให้สมาชิกทุกคน แสดงความรักความห่วงใย มีความต้องการที่ จะช่วยเหลือเกื้อกูล ตลอดจนสร้างความรู้สึกของสมาชิกที่มีปัญหา ให้เกิดความสำนึกว่า ตนคือส่วนหนึ่งของศูนย์ (อาทิ การแสวงพฤติกรรมในลักษณะไม่เชื่อมั่นในระบบชุมชนบำบัด กรณีการซึมเศร้าเก็บตัว การไม่เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของศูนย์ชุมชนบำบัด) เป็นต้น
1.5 การประชุมทั่วไป (General Meeting) เป็นการประชุมสมาชิกทั้งศูนย์รวมถึงเจ้าหน้าที่ทำกระดับชั้นในกรณีที่จะต้องมีพิธีการ เพื่อปรึกษาหารือ เช่น การจัดนิทรรศการ การจัดงานปีใหม่ การต้อนรับแขกผู้มาเยี่ยมเยือนศูนย์ สมาชิกจนโปรแกรมจะต้องออกจากศูนย์หรือใช้ในกรณีที่จะต้องมีการตัดสินหาข้อยุติของปัญหาที่สำคัญ เช่น การพิจารณาให้สมาชิก ออกจากศูนย์เนื่องจากกระทำผิดร้ายแรง เป็นต้น การประชุมทั่วไปนี้อาจถือว่าเป็นการประชุมใหญ่ของศูนย์ก็ว่าได้
- กิจกรรมหลักเพื่อการเสริมสร้างประกอบไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้
2.1 การสัมมนา (Seminar) เป็นกิจกรรมที่ใช้เพื่อให้สมาชิกได้มีโอกาสแสดงออกในการพูดการ หาเหตุผู้เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้กำหนดหัวข้อให้สมาชิกแบ่งกลุ่มอภิปรายแล้ว คัดเลือกตัวแทนสมาชิกแต่ละกลุ่มมานำเสนอข้อสรุปของกลุ่มให้กับสมาชิก การกำหนดหัวข้อให้สมาชิก อาจจะเกี่ยวกับความรู้ประสบการณ์ เหตุการณ์ในสังคมปัจจุบัน เช่น การเคารพ กฎจราจร การรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
2.2 (Encounters Group) เป็นกิจกรรมเพื่อต้องการให้สมาชิกรู้จักกล้าที่จะเผชิญ ความจริง คล้ายยอมรับความเป็นเหตุเป็นผล เป็นกิจกรรมที่จัดสำหรับสมาชิกได้เข้ากลุ่มเพื่อ พัฒนาตนเองให้มีความเติบโตทางด้านจิตใน มีจุดประสงค์เพื่อให้สมาชิกที่เข้ากลุ่ม Encounter ได้รับการฝึกฝน การติดต่อสื่อความหมาย ถ่ายทอดแลกเปลี่ยนประสบการณ์แลกเปลี่ยนความสามารถ ของการเรียนรู้ที่จะเข้าใจสิ่งรอบตัว มีการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น มีการอธิบายถึงพฤติกรรมที่ไม่ดีในช่วงเวลา ที่ผ่านมาเพื่อปลุกเร้าจิตใจ ให้เกิดพลังใจ ในการเรียนรู้ที่จะเอาชนะสิ่งที่เลวร้าย กลุ่ม Encounters จะประกอบด้วยสมาชิกที่จะต้องได้รับการ Encounters และสมาชิกที่รวมกลุ่มอีกประมาณ 5 คน เมื่อสมาชิกคนใดคนหนึ่งกระทำผิด กฎระเบียบของศูนย์ซึ่งมีสมาชิกว่ากล่าวตักเตือนแล้วแต่กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตนเอง ศูนย์ก็จะใช้กลุ่มช่วยแก้ปัญหาซึ่งเรียกว่ากลุ่มสัมมนาแก้ไขปัญหาด้วยการใช้กลุ่ม Encounters ด้วยการคัดเลือกผู้ต้องขังจำนวนไม่เกิน 5 คน และจัดให้นั่งเก้าอี้เป็นครึ่งวงกลมโดยจะมีเจ้าหน้าที่หรือไม่ก็ได้ เสร็จแล้วให้เรียกสมาชิกที่ทำผิดนั่งเก้าอี้ตรง กึ่งกลางวงกลม หันหน้าเข้าหากลุ่ม (คนใดคนหนึ่งที่นั่งในกลุ่ม) เป็นผู้เริ่มพูดก่อนด้วยการอธิบายชี้แจงเหตุผลเพื่อให้ ผู้กระทำผิดเกิดการเรียนรู้กับประสบการณ์ของตนเอง ซึ่งสมาชิกอื่น ๆ ก็จะพูดในลักษณะเดียวกัน เสร็จแล้วให้กลุ่มถามผู้กระทำผิดว่าจะทำอะไรไถ่โทษและรับประกันว่าจะไม่กระทำผิดอีก เช่น ให้ถูพื้นบ้าน 1 อาทิตย์และเก็บเสื้อผ้าสมาชิก 1 อาทิตย์ เป็นต้น จากนั้นให้สมาชิกสลายกลุ่มโดยเหลือไว้แต่หัวหน้ากลุ่มปลอบใจและให้กำลังใจแก่ผู้กระทำผิด กลุ่มนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง หมายเหตุ สมาชิกกลุ่มจะต้องไม่พูดคำหยาบคายดูหมิ่นหรือพูดถึงบุพการีของผู้กระทำผิด
2.3 การกระตุ้นเตือน (Pull up) เป็นกิจกรรมชนิดหนึ่งที่ต้องการให้สมาชิกเกิด จิตสำนึก รู้จักรับผิดชอบต่อตนเองต่อเพื่อนสมาชิก ต่อศูนย์ในกรณีที่เจ้าหน้าที่หรือสมาชิกในศูนย์พบว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น แต่ไม่ทราบหรือพบว่าเป็นสมาชิกคนใดเป็นผู้กระทำผิด โดยจัดทำกระดานสำหรับให้สมาชิกผู้พบการกระทำผิดเขียนไว้เพื่อนำไปพูดในการประชุมกลุ่มเช้า หรือในช่วงเวลาที่จัดให้ดำเนินการ Pull up โดยเฉพาะ เช่น กรณีพบเห็นเศษขยะที่ไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดทิ้งกรณีพบว่า ห้องส้วมมีการใช้แล้วไม่ทำความสะอาด จุดประสงค์เพื่อสร้าง จิตสำนึกให้มีความรับผิดชอบเพื่อกระตุ้นให้สมาชิกผู้กระทำผิดกล้ารับสารภาพการกระทำผิดต่อเพื่อนสมาชิก
2.4 Confrontation เป็นกิจกรรมว่ากล่าวตักเตือนระหว่างสมาชิกที่พบเห็นสมาชิกอีกคนหนึ่งกระทำความผิด ก็จะเข้าไปพูดคุยตักเตือนให้คำแนะนำโดยทันที เช่น พบเห็นสมาชิกทิ้ง ก้นบุหรี่เป็นต้น
2.5 การว่ากล่าวตักเตือน (Hair cut) เป็นกิจกรรมให้การว่ากล่าวตักเตือนให้ข้อคิดต่อหน้าสมาชิกที่กระทำผิดที่เห็นว่าเป็นความผิดที่ค่อนข้างรุนแรง หรือใช้วิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล วิธีการทำ Hair cut จะประกอบด้วยสมาชิก 5 คน ได้แก่ สมาชิกอาวุโสขั้นผู้ประสานงาน หัวหน้างานสมาชิกที่อยู่ในกลุ่มงานเดียวกันกับสมาชิกที่กระทำผิด เพื่อนสนิทนั่งเป็นครึ่งวงกลม ให้สมาชิกที่กระทำผิดนั่งตรงกลางหันหน้าให้กลุ่มแล้วสมาชิกทั้ง 5 คน จะผลัดกันพูดถึงเหตุผลชี้ถึงอะไรผิดอะไรถูกควรแก้ไขอย่างไรกับความคิดความรู้สึกที่แสดงออกมา พฤติกรรมโดยสมาชิกผู้กระทำผิด จะต้องนำรับฟังไม่มีสิทธิพูดโต้แย้งหรือยกเหตุผลใดๆ มากล่าวอ้างกับคณะ ที่ทำการ Hair cut ใช้ในกรณี เช่น การใช้อารมณ์รุนแรง การหลบเลี่ยงงานเป็นประจำ
2.6 การเรียนรู้ประสบการณ์ (Leaming Experience)ใช้ในกรณีที่สมาชิกกระทำผิดบ่อยครั้งได้รับกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมหลายกิจกรรมแต่ยังไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ก็จะดำเนินการให้สมาชิกคนนั้นได้เรียนรู้ประสบการณ์โดยให้ทำงานหนักลดสิทธิประโยชน์บางประการ ลดบทบาทหน้าที่ภายใต้การติดตามผลจากคณะผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด
2.7 (Hot chair) เป็นกิจกรรมที่ใช้ลงโทษสมาชิกที่มักกระทำความผิดอยู่เสมอหรือเป็นการกระทำผิดรุ่นแรง เช่น ลักขโมยสิ่งของของเพื่อนสมาชิก การก่อเรื่องทะเลาะวิวาท ยังไม่ถึงขั้นใช้กำลังวิธีการ คือให้สมาชิกผู้กระทำผิดนั่งเก้าอี้ในท่าตัวตรงหันหน้าเข้าฝาผนังนิ่ง ห้ามพูดจากับสมาชิกคนอื่น ห้ามเคลื่อนไหว ลุกยืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแล ระยะเวลาการทำ Hot Chair อยู่ระหว่าง 1 - 5 ชั่วโมง ต่อ 1 - 3 วัน จุดประสงค์เพื่อให้เกิดความสำนึกรู้จักพิจารณาตนเอง
2.8 กลุ่มให้คำปรึกษา
- เครื่องมือเสริมพิเศษสำหรับแก้ไขพฤติกรรม
3.1 เทคนิคการวาดภาพระบายความรู้สึก
วัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกได้ระบายความรู้สึกของตนเองออกมาเป็นภาพวาด แลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไข ให้คำปรึกษาแก่สมาชิกอย่างได้ผล
วิธีดำเนินการ
- แบ่งสมาชิกออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มผู้ต้องขังเข้าใหม่
- กลุ่มผู้ต้องขังที่พัฒนาการก้าวหน้าในศูนย์
- กลุ่มผู้ต้องขังที่ประสบปัญหาทางด้านจิตใจ
การจัดแบ่งสมาชิกออกเป็นกลุ่ม ๆจะช่วยให้กระประเมินวัดผลทางด้านความรู้สึกนึกคิด ที่ซ่อนเร้นอยู่เป็นไปในเชิงบวกหรือเชิงลบและสามารถแก้ไขให้คำปรึกษาเฉพาะราย ได้ตรงจุด
- จัดหาอุปกรณ์ในการวาดภาพให้แก่สมาชิกทุกคน ได้แก่ สีเทียน หรือสีน้ำ กระดาษ วาดภาพ
- จัดให้สมาชิกวาดภาพในวัดหยุด เสาร์-อาทิตย์ โดยจัดบริเวณสงบภายในศูนย์ และเปิดเทปเพลงเบา ๆ เป็นสื่อให้สามารถแสดงอารมณ์และความรู้สึกของจิตใจได้อย่างอิสระ
3.2 กลุ่มสังคมมิติ (Socail allly)
วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกที่มีความรู้สึกต่อกันเป็นความสัมพันธ์ทางสังคม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้เป็นเครื่องมือตรวจสอบความสัมพันธ์ การยอมรับ การปรับตัว และการถูกทอดทิ้งจากหมู่สมาชิก
วิธีการดำเนินการ
- ให้สมาชิกเขียนชื่อเพื่อนที่ตนรักและมีความสัมพันธ์อันดี จำนวน 3 คน และบอกชื่อตนเองในกระดานคนละแผ่น ส่งให้เจ้าหน้าที่โดยไม่ให้ผู้อื่นเห็นว่าเขียนชื่อใครลงไป
- เจ้าหน้าที่รวบรวมรายชื่อและจัดแผนภูมิเป็นสังคมมิติ
- แยกรายชื่อสมาชิกที่ถูกเพื่อนเสนอชื่อจำนวนมาก และคนที่ไม่มีเพื่อนเสนอชื่อ หรือเสนอ น้อยมากเป็นบุคคลกลุ่มพิเศษ
- มอบหมายภาระกิจแก่สมาชิกที่เพื่อนยอมรับมาก และหาปัญหาของสมาชิกที่เพื่อนไม่ยอมรับและหาทางแก้ไขต่อไป
3.3 กิจกรรมบำบัด
เป็นการบำบัดรักษาทางร่างกายและจิตใจ โดยจัดตารางการปฏิบัติในกิจกรรมแต่ละวัน ได้แก่ กายบำบัด จิตบำบัด อาชีวะบำบัด อักษรบำบัดและดนตรีบำบัด
กายบำบัด โดยจัดให้มีการฝึกแถวออกกำลังกายตอนเช้าทุกวัน เล่นกายบริหาร 10 ท่า คือ
- ศรีษะบำบัด
- หมัดคู่
- ชูเข่า
- เกาตาตุ่ม
- จุ่มให้ลึก
- ศึกข้ามเศียร
- เวียนรอบตัว
- ทัวร์ข้างหลัง
- ตั้งยุบข้อ
- ต่อปรบมือ
นอกจากนี้ได้จัดตารางให้มีการฝึกแถวโดยถอดเสื้ออยู่กลางแจ้ง กายบริหารประมาณ 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วให้เล่นกีฬากลางแจ้งต่ออีก 1 - 2 ชั่วโมง ในช่วงบ่ายของวันศุกร์ เวลา 13.00 - 15.30 น.
จิตบำบัด เป็นการใช้เชิงศาสนาเข้าช่วยโดยอนุศาสนาจารย์เป็นผู้อบรมธรรม นั่งสมาธิ เพื่อสงบจิตใจไม่ให้ฟุ้งซ่าน และการนั่งเงียบประมาณ 30 นาที โดยนึกถึงอดีตที่พลาดพลั้งและ หาแนวทางของตนเองเพื่อพัฒนาตนให้ดีขึ้น
อาชีวะบำบัด เป็นการฝึกให้นิสัยรักการทำงาน เพราะผู้ติดตามยามักถูกมองว่าเป็นคนเกียจคร้าน ไม่สนใจทำงาน ท้อแท้ต่ออุปสรรคได้ง่าย จึงมีการจัดให้มีการทำงาน ต่าง ๆ ภายในศูนย์ทั้งเป็นงานสาธารณะ เช่น การทำความสะอาดทั่วไป การทำสะอาดเรือนนอน หรือ งาน ฝึกวิชาชีพ เช่น การทอเสื่อ การฝึกทำไม้กวาดหรืองานอื่นใดตามมอบหมาย การทำอาชีวะบำบัดจะมีการเปลี่ยนงาน เรื่อย ๆ เพื่อมิให้การเกี่ยงงานยากง่าย และไม่เกิดความซ้ำซากจำเจ
อักษรบำบัด เป็นการสร้างนิสัยเพื่อรองรับทางวิชาการของสมาชิกชุมชนบำบัดศูนย์ รุ่งอรุณ ได้มีการจัดวิธีบำบัดโดยการจัดตารางให้อ่านหนังสือ โดยเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลจะจัดหาหนังสือให้อ่านในช่วงบ่ายของวันอังคาร เพื่อเสริมความรู้ความคิดและโดยเฉพาะนิสัยรักการอ่าน เพื่อพัฒนาตนเอง
ดนตรีบำบัด นอกจากกิจกรรมการบำบัดต่าง ๆ การผ่อนคลายและสร้างอารมณ์สุนทรี เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ทัณฑสถานฯ นำมาใช้ โดยจัดให้มีกิจกรรมการเล่นดนตรี และร้องเพลงภายในศูนย์ นอกจากนี้เพื่อแสดงงานรื่นเริงภายในทัณฑสถานฯ ตามโอกาสต่าง ๆ