วันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2567 นายกฤษณะ ทิพยจันทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ผู้อำนวยการส่วน และเจ้าหน้าที่ สังกัดเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ได้ให้การต้อนรับ นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พันตำรวจโท เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายปฏิบัติการ นายวิชาญ ศรีวิเศษ ผู้บัญชาการเรือนจำประธานเขต 8 เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี นายอานนท์ เนียมเงิน ผู้อำนวยการทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช นายสุรินทร์ จันทร์เทพ ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอปากพนัง นายณัฐนันท์ รัตนเจริญ ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอทุ่งสง นางโสภา สุทธิภิบาล ผู้อำนวยการสถานกักขังกลางจังหวัดนครศรีธรรรมราช หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน และคณะผู้ติดตาม ที่เข้าร่วมเป็นเกียรติในงานแถลงข่าวโครงการฝึกทักษะอาชีพคืนคนดีสู่งสังคม “ราชทัณฑ์ดีพร้อมโมเดล” ณ หลารวมใจ เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช
กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม มีภารกิจหลักเกี่ยวกับการควบคุมและแก้ไขพฤตินิสัยผู้ก้าวพลาด โดยมุ่งพัฒนาเป็นองค์กรพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อแก้ไขหรือฟืนฟูผู้ก้าวพลาดให้กลับตนเป็นพลเมืองดี มีสุขภาพกายและจิตที่ดี ไม่หวนกลับมากระทำความผิดซ้ำ ได้รับพัฒนาทักษะฝีมือในการประกอบอาชีพที่สุจริตและสามารถดำรงชีวิตในสังคมภายนอกได้อย่างปกติโดยสังคมให้การยอมรับ
จากการที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล) พร้อมด้วยอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและคณะผู้บริหาร ได้เข้าตรวจเยี่ยมชมการฝึกวิชาชีพผู้ก้าวพลาดภายในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช และได้ประชุมร่วมกับผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นภาพรวมและโอกาสในการสร้างอาชีพให้กับผู้ก้าวพลาดภายในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช โดยบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมราชทัณฑ์ และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม เกิดเป็นโครงการ โครงการฝึกทักษะอาชีพคืนคนดีสู่สังคม “ราชทัณฑ์ดีพร้อม” จำนวน 4 หลักสูตร คือ หลักสูตรจักสานย่านลิเภา หลักสูตรช่างเย็บจักรอุตสาหกรรม หลักสูตรการทอผ้า และหลักสูตรสร้างกี่กระตุก
โครงการฝึกทักษะอาชีพคืนคนดีสู่สังคม โดยเริ่มที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เป็นโมเดลต้นแบบ “ราชทัณฑ์ดีพร้อม” ในครั้งนี้ กรมราชทัณฑ์คาดหวังงว่าจะได้ส่งเสริมหการฝึกอาชีพที่เหมาะสมและตรวจกับความต้องการของตลาดแรงงาน พัฒนาศักยภาพทักษะวิชาชีพ สร้างโอกาส สร้างรายได้ให้กับผู้ก้าวพลาด สามารถนำประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษได้อย่างแท้จริง ไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์งานภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเป็นต้นแบบให้กับเรือนจำและทัณฑสถานอื่น ต่อไป



























































