สมัยนายนายวงศ์ บุณโยรส ดำรงตำแหน่งพัศดี ได้ดำเนินการก่อสร้างเรือนจำ พอประทังไป ได้ดังนี้ รั้วเรือนจำฯ ใช้ไม้กลมทำเสาและไม้เคร่า กั้นสังกะสีโดยรอบทั้ง 4 ด้าน แต่ยังไม่ได้เทปูนซีเมนต์รับตีนสังกะสีด้านหลังเรือนจำซึ่งเป็นที่ต่ำ ตีนรั้วสังกะสีสูงห่างจากพื้นดินประมาณ 24 นิ้ว ทางเรือนจำฯ ได้ใช้ลวดหนามกั้นเอาไว้ ที่ทำการเรือนจำฯ สร้างแบบทรงไทยชั้นเดียว หลังคามุงกระเบื้องฉลามตัด กั้นไม้กระดานโดยรอบ มีห้องทำงานของพัศดีโดยเฉพาะ ประตูในประตูนอกยังไม่มี เพียงแต่เอาไม้ไผ่มากั้นไว้ สมัยนั้นเรือนขังชายได้สร้างขึ้นเพียงมุงหลังคาและเทพื้นเสร็จ 1 ด้าน นำเอาสังกะสีมากรุเป็นผากั้นชั่วคราวให้ผู้ต้องขังได้นอน สิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ไม่มี และก็ไม่ได้สร้างอะไรเพิ่มเติม จนกระทั้ง นายฉิม ทองใบ ผู้คุมโท มารักษาการพัศดี ก็เกิดสงคราม อุปกรณืการก่อสร้างขาดแคลน จึงไม่ได้สร้างอะไรเช่นกัน ต่อมากรมราชทัณฑ์ได้ส่งตัง ว่าที่ ร.ต.ศิริ ชุณหประไพ ซึ่งเป็นช่างของกรมฯ มาดำรงตำแหน่งพัศดี เพื่อควบคุมงานก่อสร้างโดยตรง และสมัยนี้กรมฯ ได้ย้ายผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางบางขวางมาให้ แต่าปรากฏว่าเงินค่าก่อสร้างของเรือนจำฯ ยังมีเหลืออยู่ที่จังหวัด 1,000 บาทเศษ จึงเบิกส่งให้กรมฯ จัดซื้ออุปกรณ์การก่อสร้าง เช่น ปูน ตาปู และอื่น ๆ ส่งมาให้และได้ดำเนินการก่อสร้างเรือนขังชายจนสำเร็จ ทั้งได้เทปูนรับตีนสังกะสีของรั้วเรือนจำฯ ทั้ง 4ด้าน พร้อมกับได้สร้างเรือนขังหญิงขึ้น 1 หลังอีกด้วย นอกจากนี้ ยังได้รื้อจวนผู้ว่าราชการจังหวัดตะกั่วป่าเดิม มาสร้างบ้านพักพัศดีได้ 1 หลัง
งานธุรการสมัยนั้น ยังไม่มีอะไรมาก ด้านการเงินก็มีเพียงบัญชีเงินสดเล่มเดียว สมัยสงครามทางราชการได้กำชับให้ข้าราชการทำสวนครัว ตลอดจนใช้แรงงานผู้ต้องขังในด้านนี้ด้วย เงินลงทุนไม่มี ทางเรือนจำไปเครดิตเมล็ดพันธ์ต่าง ๆ มาจากร้านจำหน่ายในตลาดมาก่อน และดำเนินการจนได้กำไรเป็นเงินทุนหมุนเวียน จึงได้รายงานกรมฯ เกี่ยวกับรายได้ผลประโยชน์ตลอดมาโดยรายงานเป็นงบเดือน งบ 6 เดือน
สมัยต่อมาก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพียงผู้ดำรงตำแหน่งพัศดี ประคองไว้โดยซ่อมแซมของเก่ามิให้ชำรุดเสียหายเท่านั้น จนมาถึงสมัย นายประเสริฐ คุณนาม พัศดี สมัยนี้ได้ขุดบ่อเลี้ยงปลาหมอเทศแต่ก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะเมื่อถึงฤดูน้ำหลากท่วมบ่อปลาได้หลบหนีไปหมด ช่วงนี้ได้ใช้แรงงานผู้ต้องขังรับจ้างซ่อมที่ว่าการอำเภอตะกั่วป่า ได้ค่าแรงงานมา 10,000 บาทเศษ (หนึ่งหมื่นบาทเศษ) นายอำเภอได้นำเงินไปซื้อเครื่องพิมพ์ดีดให้เรือนจำ 1 เครื่อง ราคา 4.000 บาทเศษ (สี่พันบาทเศษ) ทางเรือนจำจึงได้มีเครื่องพิมพ์ใช้ราชการตั้งแต่นั้นมา
ต่อมาสมัย นายส่ง อำไพ พัศดีตรี ได้เปิดการฝึกวิชาชีพช่างไม้ขึ้น โดยทำ ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ จำหน่าย และกรมฯ ได้สั่งให้เปิดร้านค้าสงเคราะห์ผู้ต้องขังขึ้นภายในเรือนจำ เดินบัญชีร้านค้าทำงบเดือนส่งกรมฯ ตามระเบียบ นอกจากนี้ไม่มีอะไร เพียงแต่ประคับประคองสิ่งที่ได้ดำเนินการอยู่แล้วให้คงสภาพอยู่ตลอดมา จนถึงสมัย นายอำนวย ส่งเจริญ สมัยนี้งานทุกด้านได้วิวัฒนาการรุดหน้าโดยเฉพาะการก่อสร้าง ได้รับงบประมาณก่อสร้างเรือนขังชาย 1 หลัง แต่ทางเรือนจำได้ใช้วัสดุที่เหลือและที่รื้อถอนจากของเก่ามาสร้างโรงงานฝึกวิชาชีพเพิ่มเติมได้อีก 1 หลัง ทั้งได้รับงบประมาณสร้างรั้วกำแพงเรือนจำฯ โดยก่ออิฐถือปูนต่อด้วยสังกะสีทั้ง 4 ด้าน แต่ทางเรือนจำฯ ก็ได้ใช้วัสดุที่เหลือนำไปสร้างที่ทำการได้ 1 หลัง ซึ่งใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน ในด้านการหาผลประโยชน์ได้เบิกงานหลายสาขา เช่น ช่างไม้ ช่างจักสาน ช่างมุก ช่างทอพรมด้วยกาบมะพร้าว รับทำโต๊ะเก้าอี้นักเรียน ในการดำเนินงานได้ขอช่างมาจากเรือนจำฯ อื่น และส่งเจ้าหน้าที่ไปฝึกงาน ทั้งได้ขอแรงงานผู้ต้องขังจากเรือนจำอื่นจำนวนหลายครั้ง
ต่อมาสมัย นายอารี รอดเรืองเดช พัศดีโท ไดด้รับงบประมาณสร้างบ้านพักผู้ช่วยพัศดี 2 หลัง รับงบประมาณซ่อมบ้านพักพัศดี และบ้านพักผู้คุมอีก 8 หลัง ทั้งได้รับงบประมาณสร้างโรงฝึกวิชาชีพอีก 1 หลัง โรงครัว 1 หลัง ด้านการหาผลประโยชน์ดำเนินไปตามแนวเดิม
สมัย นายเสริม คำสีสังข์ พัศดีโท งานหาผลประโยชน์ดำเนินไปตามปกติด แต่ได้ซื้อพาหนะระยนต์กะบะ 6 ล้อ 1 คัน ด้วยเงินทุนผลประโยชน์ของเรือนจำ ฯ เอง จนมาถึงสมัย นายขจัด บัวกระจาย เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์โท ก็ดำเนินการต่อไป โดยจัดซื้อเครื่องทุ่นแรง เครื่องเลื่อยไม้ขนาด....แรงม้า จำนวน 1 เครื่อง เพื่อเป็นเครื่องมือในงานประเภทช่างไม้ ขยายกิจการงานจักสาน (หวาย) ให้เจริญก้าวหน้า จนถึงปี พ.ศ. 2520 นายเสริม นำนาผล เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์โท ได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งต่อ ก็ได้ดำเนินการต่อไปอีก ขยายงานหาผลประโยชน์เพิ่มเติม เช่น ทำกระชุถ่าน ปลูกพื้ชผักสวนครัว ตลลอดจนซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ประเภทเครื่องทุ่นแรง อีกหลายอย่างอาทิ เช่น เครื่องเลื่อยซอยไม้ขนาดเล็ก เครื่องจักตอกไม้ไผ่ทำกระชุถ่าน เครื่องกลึง เครื่องเจาะไม้ และซื้อรถยนต์ฮีโน่ 6 ล้อ อีก 1 คัน ด้วยเงินทุนผลประโยชน์ จนกระทั่งกรมฯ ได้ย้ายให้ไปรับราชการที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2524
นายอุดม วันบันเทิง ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการเรือนจำฯ แทน
เรือนจำชั่วคราวตะโกลา ได้รับการประกาศเมื่อวันที่ วันที่ 29 มิถุนายน 2565 ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 139 ตอนพิเศษ 152 ง หน้าที่ 56 ประกาศกระทรวงยุติธรรม เรื่อง กำหนนดอาณาเขตเรือนจำชั่วคราวตะโกลา สังกัดเรือนจำอำเภอตะกั่วป่า มีเนื้อที่ 253 ไร่ 1 งาน 12.32 ตารางวา