การพักการลงโทษ

PAROLE

หลักการ

 

หลักปฏิบัติ

 

ขั้นตอนเรือนจำ

 

กรมฯ พิจารณา

 

ปล่อยตัวคุมประพฤติ

 

ประโยชน์

 

กระบวนการปฏิบัติ

 

หลักการ

        การพักการลงโทษเป็นมาตรการหลักสำหรับปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด  และเป็นวิธีการปฏิบัติงานของกรมราชทัณฑ์อีกรูปแบบหนึ่งที่กำหนดให้เรือนจำและทัณฑสถาน นำมาใช้ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในชุมชนโดยให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วม  เพื่อต้องการแก้ไขฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้ต้องขังให้มีความพร้อมที่จะประพฤติตนเป็นพลเมืองดี  สามารถประกอบอาชีพสุจริต  และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วยดีภายหลังพ้นโทษ  ซึ่งมีหลักการ  ดังนี้

        1.  นักโทษเด็ดขาดคนใดแสดงให้เห็นถึงความประพฤติดีมีความอุตสาหะ  ความก้าวหน้าในการศึกษา  และทำงานเกิดผลดีหรือทำความชอบแก่ราชการเป็นพิเศษ  อาจได้รับประโยชน์ให้ได้รับการพักการลงโทษ  ภายใต้บังคับเงื่อนไขตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้
            แต่การพักการลงโทษนี้  จะพึงกระทำได้ต่อเมื่อนักโทษเด็ดขาดได้รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ  ตามหมายศาลในขณะนั้น  หรือไม่น้อยกว่า 10 ปี  ในกรณีที่ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต  และระยะเวลาที่จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้น  ให้กำหนดไม่น้อยกว่า 1 ปี  แต่ไม่เกินกำหนดโทษที่ยังเหลืออยู่  (มาตรา 32(5) พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479)

        2.  นักโทษเด็ดขาดที่ได้รับการพักการลงโทษ  ตามมาตรา 32(5)  ต้องปฏิบัติตนโดยเคร่งครัดตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้  ถ้าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขอาจถูกจับมาอีก  โดยมิต้องมีหมายจับหรือหมายจำคุก  และนำกลับเข้าจำคุกต่อไปตามกำหนดโทษที่ยังเหลืออยู่  และให้ผู้มีอำนาจสั่งการพักการลงโทษตามมาตรา 32(5)  สั่งเพิกถอนการพักการลงโทษ  และจะลงโทษทางวินัยอีกด้วยก็ได้  (มาตรา 43 พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479  แก้ไขเพิ่มเติม โดย พ.ร.บ. ราชทัณฑ์  ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2523)

หลักปฏิบัติ

การปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการพักการลงโทษของกรมราชทัณฑ์  กระทรวงมหาดไทยให้ประสบผลสำเร็จได้นั้นเป็นหน้าที่ของเรือนจำและทัณฑสถานที่จะต้องให้ความสนใจแล้วนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังเป็นประการสำคัญ  วิธีการที่จะดำเนินการพักการลงโทษให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้นั้นจะมีเครื่องมือที่สำคัญคือ  กฎกระทรวงมหาดไทยและระเบียบกระทรวงมหาดไทย  จะกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการเงื่อนไข  พร้อมรายละเอียดต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางและควบคุมกลไกสำหรับการปฏิบัติงานแก่ผู้เกี่ยวข้อง  ดังนี้

        1.  กฎกระทรวงมหาดไทย  ออกตามความในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์  พุทธศักราช 2479 ข้อ 91-98

            ข้อ 91  จะพักการลงโทษได้ ต่อเมื่อคณะกรรมการต่อไปนี้เห็นชอบและอธิบดีอนุมัติ
                    (ก)  คณะกรรมการสำหรับเรือนจำภูมิภาคให้กอปรด้วยผู้บัญชาการเรือนจำเป็นประธาน  และข้าราชการชั้นประจำแผนกขึ้นไปที่ข้าหลวงประจำจังหวัดตั้งขึ้นอีก 2 นาย
                    (ข)  คณะกรรมการสำหรับเรือนจำกลางกอปรด้วยข้าราชการชั้นหัวหน้าแผนกที่อธิบดีตั้งขึ้นไม่น้อยกว่า 3 นาย

            ข้อ 92  ในกรณีมีเหตุพิเศษ  จะพักการลงโทษมากกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ 46  ก็ได้  แต่คณะกรรมการซึ่งกอปรด้วยข้าราชการต่อไปนี้ได้อนุมัติอีกชั้นหนึ่งแล้ว
                    (1)  ปลัดกระทรวงมหาดไทย        ประธานกรรมการ
                    (2)  ผู้แทนกรมราชทัณฑ์             กรรมการ
                    (3)  ผู้แทนกรมตำรวจ                  กรรมการ
                    (4)  ผู้แทนกรมมหาดไทย             กรรมการ
                    (5)  ผู้แทนกรมอัยการ                  กรรมการ

            ข้อ 93  เงื่อนไขในระหว่างพักการลงโทษ  กำหนดดังต่อไปนี้
                    (1)  ให้ละเว้นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง  หรือหลายอย่าง
                    (2)  ให้กระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง  หรือหลายอย่าง
                    (3)  ให้ละเว้นและให้กระทำการตามหมายเลข (1) และ (2) ข้างต้น

            ข้อ 94  เงื่อนไขละเว้นการกระทำนั้น  มีดังต่อไปนี้
                    (ก)  ละเว้นไม่กระทำผิดอาญาขึ้นอีก
                    (ข)  ละเว้นไม่เข้าไปในเขตท้องที่ที่กำหนดไว้
                    (ค)  ละเว้นไม่ประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย เช่น เสพฝิ่น  เล่นการพนัน  เป็นต้น

            ข้อ 95  เงื่อนไขให้กระทำการนั้น  มีดังต่อไปนี้
                    (ก)  ให้ไปรายงานตนต่อพนักงานฝ่ายปกครอง  หรือตำรวจแห่งท้องที่ซึ่งไปอยู่  หรือเจ้าพนักงานเรือนจำตามกำหนดเวลาเดือนละหนึ่งครั้ง
                    (ข)  ให้กระทำการหาเลี้ยงชีพตามที่เจ้าพนักงานจัดหาให้
                    (ค)  ให้กระทำการหาเลี้ยงชีพ  ในกิจการงานซึ่งผู้นั้นมีอยู่แล้ว  หรือญาติมิตรจัดหาให้
                    (ง)  ให้ปฏิบัติการทางศาสนา

            ข้อ 96  เงื่อนไขนั้นจะกำหนดไว้แต่ข้อเดียวหรือหลายข้อก็ได้  แล้วแต่ความเหมาะสมแก่ลักษณะของบุคคลและพฤติการณ์

            ข้อ 97  เมื่อมีการอนุมัติพักการลงโทษแล้ว  ให้ผู้บัญชาการเรือนจำออกหนังสือสำคัญให้รับไปเป็นคู่มือ  และถ้ามีเงื่อนไขให้รายงานตัวต่อตำรวจหรืออำเภอ  ให้มีหนังสือแจ้งต่อตำรวจหรืออำเภอตามที่กำหนดไว้ในเรื่องการอนุญาตให้ลาโดยอนุโลม

            ข้อ 98  หนังสือสำคัญออกให้ตามข้อก่อน  ต้องระบุเงื่อนไขที่กำหนดให้ไว้ด้วย  เป็นหน้าที่ของผู้ได้รับการพักการลงโทษ  จะต้องแสดงหนังสือสำคัญนี้แก่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจหรือเจ้าพนักงานเรือนจำเมื่อมีการขอดู  หากหนังสือสำคัญนั้นหาย  ให้รีบแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่  และขอรับฉบับแทน
                    ถ้าไม่แสดงหนังสือสำคัญตามวรรคสองข้างต้น  พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับส่งเรือนจำก็ได้

        2.  กฎกระทรวงมหาดไทย  ข้อ 46  ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2505)

            นักโทษเด็ดขาดอาจได้รับการพักการลงโทษ  ดังต่อไปนี้
            (1)  ชั้นเยี่ยม  ไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด  ในกรณีที่มีการพระราชทานอภัยโทษ  ให้ถือกำหนดโทษตามหมายแจ้งโทษเด็ดขาดฉบับหลังสุด เช่น น.ช. ก  นักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยม  กำหนดโทษ 3 ปี  เกณฑ์พักการลงโทษของ น.ช. ก  จะได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ 3 ปี  คือได้ไม่เกิน 1 ปี  นั้นคือ  จะต้องจำคุกอยู่ในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
            (2)  ชั้นดีมาก  ไม่เกิน 1 ใน 4 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด  ในกรณีที่มีการพระราชทานอภัยโทษ  ให้ถือกำหนดโทษตามหมายแจ้งโทษเด็ดขาดฉบับหลังสุด เช่น น.ช. ข  นักโทษเด็ดขาดชั้นดีมาก  กำหนดโทษ 4 ปี  เกณฑ์พักการลงโทษของ น.ช. ข  จะได้ไม่เกิน 1 ใน 4 ของกำหนดโทษ 4 ปี  คือได้ไม่เกิน 1 ปี  นั้นคือ  จะต้องจำคุกอยู่ในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี
            (3)  ชั้นดี  ไม่เกิน 1 ใน 5 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด  ในกรณีที่มีการพระราชทานอภัยโทษ  ให้ถือกำหนดโทษตามหมายแจ้งโทษเด็ดขาดฉบับหลังสุด เช่น น.ช. ค  นักโทษเด็ดขาดชั้นดี  กำหนดโทษ 5 ปี  เกณฑ์พักการลงโทษของ น.ช. ค  จะได้ไม่เกิน 1 ใน 5 ของกำหนดโทษ 5 ปี  คือได้ไม่เกิน 1 ปี  นั้นคือ  จะต้องจำคุกอยู่ในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี

ขั้นตอนเรือนจำรวบรวมข้อมูลเสนอความเห็น

ความเห็น

        1.  สำรวจ
            1.1  เป็นหน้าที่ของเรือนจำและทัณฑสถานที่จะต้องสำรวจล่วงหน้าและคัดเลือกว่า ในเรือนจำหรือทัณฑสถานของตนนั้น  มีนักโทษที่มีความประพฤติดี มีความอุตสาหะ ก้าวหน้าในการศึกษาอบรม  ทำการงานบังเกิดผลดีหรือทำความชอบแก่ราชการเป็นพิเศษ  และมีคุณสมบัติที่อยู่ในข่ายได้รับการพักการลงโทษเป็นประจำทุกสิ้นเดือนมีนาคม  มิถุนายน  และธันวาคม  แล้วเสนอรายชื่อให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น  จนถึงผู้บัญชาการเรือนจำหรือผู้อำนวยการทัณฑสถาน  แล้วรายงานกรมฯ ทราบ
            1.2  ปิดประกาศให้ผู้ต้องขังทราบ  เพื่อเตรียมการในเรื่องดังต่อไปนี้
                 (1)  สำเนาคำพิพากษาทุกศาลทุกคดี  (ผู้ต้องขังร้องขอไปเองหรือให้ญาติไปติดต่อด้วยตัวเอง)
                 (2)  แจ้งชื่อผู้รับอุปการะ  พร้อมแนบสำเนาทะเบียนบ้านของผู้อุปการะ

        2.  ตรวจสอบประวัติและสืบเสาะข้อเท็จจริง
            2.1  สัมภาษณ์ประวัติผู้ต้องขัง  เพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับผู้จะอุปการะระหว่างคุมประพฤติ  ตลอดจนแผนที่ทางไปบ้าน (แบบ ส.1)
            2.2  ให้ประสานงานและติดต่อไปยังนายอำเภอ  หรือกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน  ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องที่และหัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่อันเป็นท้องที่ที่นักโทษจะเข้าไปอยู่  โดยให้ทำหนังสือนำส่ง  (ตามแบบ พ.2)  พร้อมกับแนบแบบฟอร์มบันทึกของเจ้าพนักงานปกครองและตำรวจท้องที่ (แบบ พ.3)  ส่งไปให้กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติของนักโทษ  ข้อมูลเรื่องครอบครัว ผู้อุปการะ และให้ความเห็นว่าขัดข้องหรือไม่
            2.3  ให้มอบหมายพนักงานคุมประพฤติ (ในกรณีเป็นผู้ต้องขังที่มีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษหรือคดีอุกฉกรรจ์)  หรืออาสาสมัครคุมประพฤติ  ออกไปเยี่ยมบ้านเพื่อสืบเสาะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับครอบครัวผู้รับอุปการะของผู้ต้องขังทุกราย  แล้วให้รายงานผลการสืบเสาะข้อเท็จจริง (แบบ ส.2,3)  ให้เรือนจำหรือทัณฑสถานที่จะขอพักโทษ  ประสานงานไปยังเรือนจำหรือทัณฑสถานท้องที่เดียวกับผู้รับอุปการะ  มอบหมายให้พนักงานคุมประพฤติหรืออาสาสมัครคุมประพฤติดำเนินการสืบเสาะข้อเท็จจริง  แล้วให้รีบส่งผลการสืบเสาะไปให้โดยด่วน
            2.4  ส่งแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือของนักโทษที่จะได้รับการพิจารณาพักการลงโทษ  ไปตรวจสอบประวัติการกระทำผิดทุกราย  โดยประสานงานไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร  กรมตำรวจหรือสาขา
            2.5  ฝ่ายทัณฑปฏิบัติรวบรวมเอกสารหลักฐานตามข้อ 2.2-2.4  พร้อมกับตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการของเรือนจำพิจารณา
            2.6  ตั้งคณะกรรมการฯ ตามกฎกระทรวง ข้อ 91

        3.  คณะกรรมการฯ พิจารณา
            คณะกรรมการฯ มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา  ดังนี้
            (1)  พฤติการณ์ในระหว่างที่คุมขังอยู่ในเรือนจำ คือ
                 -  ความอุตสาหะ
                 -  ความก้าวหน้าในการศึกษา
                 -  การทำงานหรือทำความขอบแก่ราชการเป็นพิเศษ
                 -  ความประพฤติขณะต้องโทษ
            (2)  พฤติกรรมก่อนมาต้องโทษ
                 -  ประวัติครอบครัว
                 -  อาชีพ
                 -  ข้อเท็จจริงในการกระทำผิด (สาเหตุและผลกระทบจากการกระทำผิด)
            (3)  ผู้อุปการะและที่อยู่อาศัย  โดยจะพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือ  ความเหมาะสม ฐานะ อาชีพ ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย

        4.  รายงานกรมราชทัณฑ์
            ให้คณะกรรมการฯ ยื่นรายงานการพิจารณาโดยละเอียดเป็นรายบุคคลต่อผู้บัญชาการเรือนจำ  ซึ่งจะได้พิเคราะห์ด้วยตนเองอีกชั้นหนึ่ง  หากเห็นควรให้พักการลงโทษ  ก็ให้ผู้บัญชาการเรือนจำรายงานขออนุมัติต่อกรมราชทัณฑ์วินิจฉัยชี้ขาดว่า อนุมัติหรือไม่อนุมัติ  พร้อมกับจัดส่งเอกสารหลักฐาน  ดังนี้
            (1)  รายงานการตรวจพิจารณาพักการลงโทษ (แบบ พ.1)
            (2)  แบบบันทึกของเจ้าพนักงานปกครองและตำรวจท้องที่ (แบบ พ.3)
            (3)  สำเนาคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาพักการลงโทษของเรือนจำหรือทัณฑสถานพร้อมความเห็น
            (4)  การรายงานผลจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร  กรมตำรวจ กับแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ได้รับพักการลงโทษ
            (5)  สำเนาทะเบียนประวัติรายตัวผู้ต้องขังที่ขออนุมัติพักการลงโทษ (รท.101)
            (6)  สำเนาหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด  สำเนาหมายลดโทษทุกคดี
            (7)  สำเนาคำพิพากษาศาล
            (8)  ผลการสืบเสาะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้อุปการะ (แบบ ส.2,3)
            (9)  สำเนาทะเบียนบ้านหรือบัตรประชาชนของผู้ต้องขังและผู้อุปการะ
            (10) สำเนารายงานการสอบประวัติจำแนกลักษณะ (แบบ จน.1)

ขั้นตอนกรมราชทัณฑ์พิจารณาตัดสิน

1.  คณะกรรมการกลั่นกรอง
            ตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ต้องขังที่เรือนจำหรือทัณฑสถานทั่วราชอาณาจักรขออนุมัติพักการลงโทษ  โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาพื้นฐาน  ดังนี้
            (1)  ตรวจสอบชีวประวัติ  สภาพแวดล้อม  ความประพฤติก่อนต้องโทษ  และประวัติในการกระทำผิด (รท.101, รายงานการสืบเสาะ, แบบ พ.3, ทะเบียนประวัติอาชญากรหรือแผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือ)
            (2)  พิจารณาถึงพฤติการณ์  และมูลเหตุที่ผลักดันให้นักโทษผู้นั้นกระทำผิด (สำเนาคำพิพากษาศาล รายงานการสืบเสาะ)
            (3)  ความผิด  กำหนดโทษ  ชั้น  การได้รับพระราชทานอภัยโทษ  ระยะเวลาที่ต้องจำมาแล้วในเรือนจำ  โทษเหลือจำต่อไป  (หมายจำคุก, หมายลดโทษ, รท.101)
            (4)  พฤติกรรมระหว่างต้องโทษ  ผลการฝึกอบรม  ผลงานความดีความชอบระหว่างต้องโทษอยู่ในเรือนจำ (พ.1, จน.1)
            (5)  ผลกระทบจากการกระทำผิด  โดยอาศัยหลักฐานจากสำเนาคำพิพากษาหรือสำนวนคดี  หรือประวัติการกระทำผิดซ้ำ
            (6)  ความเห็นของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องที่  ตำรวจท้องที่  ตรวจสอบถึงความรู้สึกของฝ่ายผู้เสียหาย  ประชาชนในท้องถิ่นที่จะพึงมีต่อนักโทษ  ซึ่งจะได้รับการพักการลงโทษออกไป
            (7)  พิจารณาถึงความประพฤติ  อุปนิสัยใจคอ  ฐานะทางเศรษฐกิจ  สภาพความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อม ที่อยู่อาศัย ตลอดจนความน่าเชื่อถือของผู้รับอุปการะว่าเหมาะสมเพียงใดหรือไม่

        2.  ประมวลเรื่องราวของผู้ต้องขังเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองพักการลงโทษของกรมฯ ซึ่งจะประชุมเดือนละครั้ง แล้วสรุปผลการพิจารณาเสนออธิบดีกรมราชทัณฑ์เพื่อวินิจฉัย

        3.  แจ้งผลการพิจารณาของกรมราชทัณฑ์ให้เรือนจำหรือทัณฑสถานที่ขออนุมัติพักการลงโทษทราบและถือปฏิบัติ พร้อมระบุเงื่อนไขที่ผู้ได้รับพักการลงโทษต้องถือปฏิบัติ

ขั้นตอนเรือนจำดำเนินการปล่อยตัวเพื่อคุมประพฤติ

        1.  เตรียมการด้านเอกสาร
            เตรียมการด้านเอกสารการปล่อยตัว  โดยการออกหนังสือสำคัญพักการลงโทษ  ตามแบบ พ.7  ซึ่งระบุเงื่อนไขให้ปฏิบัติตน  และข้อพึงละเว้นต่างๆ ไว้  ส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด  ผู้บัญชาการเรือนจำ  นายอำเภอ  หัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่  อันเป็นท้องที่ที่ผู้ได้รับพักโทษเข้าไปอยู่  เพื่อการรับรายงานตัว  การดูแลว่ากล่าวตักเตือน  ชี้แนะในการปฏิบัติตนระหว่างคุมประพฤติ

        2.  ประชุมผู้ต้องขัง
            ให้ผู้บัญชาการเรือนจำประชุมผู้ต้องขังทั้งหมดเพื่อชี้แจงคุณความดี  ผลตอบแทนของผู้ที่ได้พักการลงโทษ  ให้ผู้ต้องขังทั่วไปได้ถือปฏิบัติเป็นเยี่ยงอย่าง  และกล่าวอบรมผู้จะได้พักการลงโทษให้ประพฤติตนเป็นพลเมืองดี  และการปฏิบัติตนตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

        3.  ปล่อยตัว
            ปล่อยตัวเพื่อคุมประพฤติ  ให้ผู้บัญชาการเรือนจำมอบหนังสือสำคัญพักการลงโทษ (พ.7)  ให้แก่ผู้ได้รับการพักการลงโทษถือเป็นคู่มือ 1 ฉบับ  เพื่อใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ (ตามระบุ)  ในการรายงานตัว

        4.  คุมประพฤติและติดตามผล
            (1)  คุมประพฤติ
                    -  พนักงานคุมประพฤติของเรือนจำหรือทัณฑสถานที่ปล่อยตัว  ต้องทำหน้าที่สอดส่องและรับผิดชอบในการคุมประพฤติ
                    -  ประสานงานกับอาสาสมัครคุมประพฤติ  และมอบหมายงานที่รับผิดชอบ
                    -  ประสานงาน  และมอบหมายงานให้เรือนจำหรือทัณฑสถานต่างท้องที่ที่รับผิดชอบการสอดส่องดูแล  พร้อมกับส่งทะเบียนประวัติรายตัวผู้ต้องขัง (รท.101)  ที่ได้รับพักการลงโทษไปด้วย

            (2)  ติดตามผล
                    พนักงานคุมประพฤติและอาสาสมัครคุมประพฤติจะต้องติดตามผลผู้ที่ได้รับพักการลงโทษว่า ในระหว่างได้รับพักการลงโทษได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือไม่ เช่น
                    -  การตรวจสอบการรายงานตัวที่เรือนจำเป็นไปตามเงื่อนไขหรือไม่
                    -  ตรวจสอบรายงานการเยี่ยมบ้านของอาสาสมัครคุมประพฤติ
                    -  ให้คำแนะนำหรือให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือ
                    -  หากผู้ได้รับพักการลงโทษประพฤติผิดเงื่อนไข  ให้เรือนจำหรือทัณฑสถานดำเนินการจับกุมตัวกลับเข้ามาคุมขัง  แล้วรายงานให้กรมราชทัณฑ์ทราบ  และขอเพิกถอนการอนุมัติให้พักโทษโดยมิชักช้า

        ประโยชน์ของระบบพักการลงโทษ

            1.  เป็นผลดีสำหรับตัวนักโทษ  เป็นการลดปัญหาความกดดันทางจิตใจ  โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่ต้องโทษระยะยาว  ผู้ต้องขังที่ไม่ตั้งใจกระทำผิดหรือกระทำผิดเพราะความประมาท  ทำให้ได้รับการปลดปล่อยในเวลาอันเหมาะสมเมื่อได้รับโทษจำคุกมาพอสมควรแล้ว  นักโทษที่ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติซึ่งถือว่าเป็นระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ  จะได้มีโอกาสปรับตัวให้เข้ากับครอบครัว ญาติพี่น้อง  และสังคมภายนอกได้อย่างปกติสุข  อันเป็นการป้องกันการกระทำผิดซ้ำได้อีกทางหนึ่ง

            2.  เป็นผลดีต่อสังคม  สังคมจะปลอดภัยจากผู้พ้นโทษมากขึ้น  เพราะนักโทษเหล่านี้เป็นนักโทษที่มีความประพฤติดี อยู่ในระเบียบวินัย  ตั้งใจรับการศึกษาอบรมและฝึกวิชาชีพ  หลังจากปล่อยตัวพักการลงโทษออกจากเรือนจำแล้วยังต้องอยู่ภายใต้การควบคุมความประพฤติของพนักงานคุมประพฤติอีกระยะหนึ่งจนกว่าจะครบกำหนดโทษตามคำพิพากษาศาล  หากออกมาแล้วไม่ประพฤติปฏิบัติตนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้อาจถูกนำตัวกลับเข้าคุมขังยังเรือนจำตามเดิม

            3.  เป็นผลดีต่อทางราชการ
                3.1  เป็นการแก้ปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำวิธีหนึ่ง  โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่หรือเพิ่มจำนวนเรือนจำเพื่อให้เพียงพอกับจำนวนผู้ต้องขังที่เพิ่มขึ้น
                3.2  การปล่อยผู้ต้องขังออกสู่สังคมภายนอกด้วยการคุมประพฤติก่อนพ้นกำหนดโทษ  ทำให้ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน  โดยเฉพาะค่าอาหารในการเลี้ยงดูผู้ต้องขังถึงปีละสิบกว่าล้านบาท ทั้งนี้  ยังไม่รวมถึงค่าเครื่องนุ่งห่ม  ค่ารักษาพยาบาล ค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ

กระบวนการปฏิบัติการพักการลงโทษ

    การดำเนินการพักการลงโทษ  แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนใหญ่ ๆ ดังนี้

    1.  ขั้นเรือนจำและทัณฑสถานรวบรวมข้อมูลและเสนอความเห็น
    2.  ขั้นกรมราชทัณฑ์พิจารณาตัดสิน
    3.  ขั้นเรือนจำและทัณฑสถานดำเนินการปล่อยตัวเพื่อคุมประพฤติ

กระบวนการพักการลงโทษ

เรือนจำและทัณฑสถาน (รวบรวมข้อมูล)

กรมราชทัณฑ์ (พิจารณาตัดสิน)

เรือนจำและทัณฑสถาน
(ดำเนินการปล่อยตัวเพื่อคุมประพฤติ)