อำนาจหน้าที่และวินัยของข้าราชการราชทัณฑ์

 

            ผู้คุมเป็นเจ้าหน้าที่เรือนจำฝ่ายข้างมากที่คลุกคลีกับผู้ต้องขังอย่างใกล้ชิดที่สุดและเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความสงบเรียบร้อย และจูงใจให้ผู้ต้องขังประพฤติตนอยู่ในกรอบระเบียบวินัยของเรือนจำ นอกจากนี้ยังถือว่าผู้คุมเป็นศูนย์กลางแห่งการระบายความคับข้องใจของผู้ต้องขัง รู้ซึ้งถึงสภาพชีวิตจิตใจระหว่างผู้ต้องขังเป็นอย่างดี ฉะนั้นถ้าผู้คุมปฏิบัติห&607;ี่ของผู้คุม

อำนาจหน้าที่และวินัยของข้าราชการราชทัณฑ์

 

            ผู้คุมเป็นเจ้าหน้าที่เรือนจำฝ่ายข้างมากที่คลุกคลีกับผู้ต้องขังอย่างใกล้ชิดที่สุดและเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความสงบเรียบร้อย และจูงใจให้ผู้ต้องขังประพฤติตนอยู่ในกรอบระเบียบวินัยของเรือนจำ นอกจากนี้ยังถือว่าผู้คุมเป็นศูนย์กลางแห่งการระบายความคับข้องใจของผู้ต้องขัง #3609;้าที่ไม่ชอบด้วยระเบียบแบบแผน ปฏิบัติหน้าที่ตามสะดวกตามอารมณ์หรือเรียกร้องผลประโยชน์จากผู้ต้องขัง ไม่ว่าด้วยเจตนาจงใจ หรือด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ย่อมเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่จะนำไปสู่การก่อความไม่สงบเรียบร้อยและความวุ่นวายสับสนภายในเรือนจำหรือทัณฑสถาน ฉะนั้นกฎหมายถึงได้วางระเบียบเพื่อให้ผู้คุมได้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่และให้รู้ถึงอำนาจหน้าที่ของตนเอง

            อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้คุม ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่ 1) ออกตามความในมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479 มีดังต่อไปนี้

            1. ปกครองและควบคุมระเบียบวินัยผู้ต้องขัง

            อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้คุม ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่ 1) ออกตามความในมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479 มีดังต่อไปนี้

            1. ">             2. ตรวจตราป้องกันการกระทำผิดวินัยของผู้ต้องขัง ตลอดจนการหลบหนีและจับกุมเมื่อมีการกระทำผิดอาญา

            3. จัดการและควบคุมการทำงานของผู้ต้องขัง

            4. จัดการและควบคุมการศึกษาตลอดจนการอบรมผู้ต้องขัง

            5. ดูแลการอนามัยของผู้ต้องขัง การสุขาภิบาลของเรือนจำและจัดให้เป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์

            6. เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังร้องทุกข์ได้โดยสะดวกและเต็มที่

            7. ทำการตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

            8. เมื่อผู้ต้องขังในความควบคุมของเจ้าพนักงานอื่นก่อความไม่สงบ หรือกระทำผิดอาญาจะต้องเข้าจัดการจับ#3604;วินัยของผู้ต้องขัง ตลอดจนการหลบหนีและจับกุมเมื่อมีการกระทำผิดอาญา

            3. จัดการและควบคุมการทำงานของผู้ต้องขัง

            4. จัดการและควบคุมการศึกษาตลอดจนการอบรมผู้ต้องขัง

            5. ดูแลการอนามัยของผู้ต้องขัง การสุขาภิบาลของเรือนจำและจัดให้เป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์

            6. เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังร้องทุกข์ได้โดยสะดวกและเต็มที่

            7. ทำการตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

            8. กุมช่วยเหลือเจ้าพนักงานอื่น เว้นแต่ไม่อาจทำอย่างนั้นได้เพราะเหตุที่มีผู้ต้องขังอยู่ในความควบคุมของตน ซึ่งจะก่อความไม่สงบหรือกระทำผิดอาญาขึ้น ในกรณีนั้นจำต้องรีบแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้ควบคุมและพัศดีทราบเหตุ 

            วินัยของข้าราชการราชทัณฑ์

            ข้าราชการราชทัณฑ์นอกจากจะต้องปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว ข้าราชการราชทัณฑ์ยังต้องปฏิบัติอยู่ในกรอบของระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบวินัยจะต้องได้รับโทษตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย

            วินัยของข้าราชการราชทัณฑ์มีบัญญัติไว้ในกฎหมาย 2 ฉบับ คื񘧰ทำอย่างนั้นได้เพราะเหตุที่มีผู้ต้องขังอยู่ในความควบคุมของตน ซึ่งจะก่อความไม่สงบหรือกระทำผิดอาญาขึ้น ในกรณีนั้นจำต้องรีบแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้ควบคุมและพัศดีทราบเหตุ 

            วินัยของข้าราชการราชทัณฑ์

            ข้าราชการราชทัณฑ์นอกจากจะต้องปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว ข้าราชการราชทัณฑ์ยังต้องปฏิบัติอยู่ในกรอบของระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบวินัยจะต้องได้รับโทษตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย

            ; พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติวินัยข้าราชการราชทัณฑ์ พ.ศ. 2482 โดยเฉพาะข้าราชการราชทัณฑ์ที่เป็นเจ้าพนักงานประจำเรือนจำต้องปฏิบัติตามระเบียบวินัยตามบัญญัติไว้ในกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ส่วนข้าราชการราชทัณฑ์ที่เป็นเจ้าพนักงานประจำกรมราชทัณฑ์นั้นเพียงปฏิบัติตามวินัยที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 เพียงฉบับเดียว เท่านั้น พระราชบัญญัติวินัยข้าราชการกรมราชทัณฑ์ พ.ศ. 2482 มิได้มีผลบังคับใช้กับเจ้าพนักงานประจำกรมราชทัณฑ์แต่อย่างใด ดังที่มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวินัยข้าราชการกรมราชทัณฑ์ พ.ศ. 2482 ได้บัญญัติไว้ว่า

            ข้าราชการกรมราชทัณฑ์ หมายความวŭ และพระราชบัญญัติวินัยข้าราชการราชทัณฑ์ พ.ศ. 2482 โดยเฉพาะข้าราชการราชทัณฑ์ที่เป็นเจ้าพนักงานประจำเรือนจำต้องปฏิบัติตามระเบียบวินัยตามบัญญัติไว้ในกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ส่วนข้าราชการราชทัณฑ์ที่เป็นเจ้าพนักงานประจำกรมราชทัณฑ์นั้นเพียงปฏิบัติตามวินัยที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 เพียงฉบับเดียว เท่านั้น พระราชบัญญัติวินัยข้าราชการกรมราชทัณฑ์ พ.ศ. 2482 มิได้มีผลบังคับใช้กับเจ้าพนักงานประจำกรมราชทัณฑ์แต่อย่างใด ดังที่มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวินัยข้าราชการกรมราชทัณฑ์ พ.ศ. 2482 ได้บัญญัติไว้ว่า

            6;า ที่ราชการกรมราชทํณฑ์ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการใน

1.      เรือนจำ ทัณฑนิคม หรือทัณฑสถานอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฏหมาย

2.      สถานฝึกอบรม  

วินัยข้าราชการราชทัณฑ์บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติวินัยข้าราชการกรมราชทัณฑ์ พ.ศ.2482

            ข้าราชการราชทัณฑ์นอกจากจะปฏิบัติและรักษาวินัยตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ดังกล่าวมาแล้ว ข้าราชการราชทัณฑ์โดยเฉพาะข้าราชการราชทัณฑ์ที่เป็นเจ้าพนักงานประจำเรือนจำยังต้องปฏิบัติตามระเบียบวินัยและรักษาวินัยตามทิบัติราชการใน

1.      เรือนจำ ทัณฑนิคม หรือทัณฑสถานอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฏหมาย

2.      สถานฝึกอบรม  

วินัยข้าราชการราชทัณฑ์บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติวินัยข้าราชการกรมราชทัณฑ์ พ.ศ.2482

            ข้าราชการราชทัณฑ์นอกจากจะปฏิบัติและรักษาวินัยตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ดังกล่าวมาแล้ว #3637;่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติวินัยข้าราชการกรมราชทัณฑ์ พ.ศ. 2482 อีก

            พระราชบัญญัติวินัยข้าราชการราชทัณฑ์ พ.ศ. 2482 ได้บัญญัติเกี่ยวกับวินัยและโทษฐานผิดวินัยของข้าราชการราชทัณฑ์เป็นเจ้าพนักงานประจำเรือนจำไว้ดังนี้ คือ

            1. ไม่ปิดบังความผิดของเจ้าพนักงาน หรือผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักกัน หรือเด็กในสถานฝึกอบรม

            2. ไม่เสพสุราหรือยาเสพติดในที่ทำการในเวลาปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือในเวลาใกล้ชิดก่อนเข้าในที่ทำการ หรือก่อนปฏิบัติหน้าที่ราชการ

            3. ไม่ใช้กิริยาวาจาหยาบคายแก่ผู้อยู่ในบังคับบัญชาและผู้อยู่ในความควบคุม

            4. รักษาระเบี'กรมราชทัณฑ์ พ.ศ. 2482 อีก

            พระราชบัญญัติวินัยข้าราชการราชทัณฑ์ พ.ศ. 2482 ได้บัญญัติเกี่ยวกับวินัยและโทษฐานผิดวินัยของข้าราชการราชทัณฑ์เป็นเจ้าพนักงานประจำเรือนจำไว้ดังนี้ คือ

            1. ไม่ปิดบังความผิดของเจ้าพนักงาน หรือผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักกัน หรือเด็กในสถานฝึกอบรม

            2. ไม่เสพสุราหรือยาเสพติดในที่ทำการในเวลาปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือในเวลาใกล้ชิดก่อนเข้าในที่ทำการ หรือก่อนปฏิบัติหน้าที่ราชการ

            3. 618;บการเคารพระหว่างผู้ใหญ่และผู้น้อยโดยเคร่งครัด

            5. แต่งเครื่องแบบที่กำหนดไว้โดยเคร่งครัดและให้สะอาดเรียบร้อย

            6. ต้องสอบสวนและลงโทษหรือรายงานต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปโดยมิชักช้า

            7. ต้องปฏิบัติงานในหน้าที่ให้เคร่งครัดตามกฎหมาย กฎ ข้อบังคับและระเบียบแบบแผน ของเรือนจำ ทัณฑสถาน นิคมฝึกอาชีพ ทัณฑสถานอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย หรือสถานฝึกและอบรมแล้วแต่กรณี

            8. ไม่รับทรัพย์สินจากญาติมิตรของผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักกัน หรือเด็กในสถานฝึกและอบรม ได้ให้บุคคลดังกล่าวแล้ว เว้นแต่ที่กำหนดไว้ในกฎข้อบังคับ

            9. ไม่เป็นสื่อตงครัด

            5. แต่งเครื่องแบบที่กำหนดไว้โดยเคร่งครัดและให้สะอาดเรียบร้อย

            6. ต้องสอบสวนและลงโทษหรือรายงานต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปโดยมิชักช้า

            7. ต้องปฏิบัติงานในหน้าที่ให้เคร่งครัดตามกฎหมาย กฎ ข้อบังคับและระเบียบแบบแผน ของเรือนจำ ทัณฑสถาน นิคมฝึกอาชีพ ทัณฑสถานอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย หรือสถานฝึกและอบรมแล้วแต่กรณี

            8. ไม่รับทรัพย์สินจากญาติมิตรของผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักกัน หรือเด็กในสถานฝึกและอบรม ได้ให้บุคคลดังกล่าวแล้ว ิดต่อโดยทางตรงหรือทางอ้อม ระหว่างผู้ต้องขัง  ผู้ต้องกักกัน หรือเด็กในสถานฝึกอบรม กับญาติมิตรของบุคคลดังกล่าว เว้นแต่ที่กำหนดไว้ในกฎข้อบังคับ

            10. ไม่รับหรือสัญญาว่าจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างใดๆ จากผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักกัน หรือเด็กสถานฝึกอบรม หรือญาติมิตรของบุคคลเหล่านั้น

            11. ไม่กล่าวเท็จ ยั่วเย้า หรือทะเลาะวิวาทกับผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักกัน หรือเด็กสถานฝึกอบรม

            12. แสดงความเมตตากรุณาต่อผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักกัน หรือเด็กสถานฝึกอบรม โดยชอบด้วยกฎหมาย

            13. ประพฤติตนให้เป็นตัวอย่างอันดีงามแก่ผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักกัน หรือเด็กสถานฝึกอบรม

633;ง  ผู้ต้องกักกัน หรือเด็กในสถานฝึกอบรม กับญาติมิตรของบุคคลดังกล่าว เว้นแต่ที่กำหนดไว้ในกฎข้อบังคับ

            10. ไม่รับหรือสัญญาว่าจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างใดๆ จากผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักกัน หรือเด็กสถานฝึกอบรม หรือญาติมิตรของบุคคลเหล่านั้น

            11. ไม่กล่าวเท็จ ยั่วเย้า หรือทะเลาะวิวาทกับผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักกัน หรือเด็กสถานฝึกอบรม

            12. แสดงความเมตตากรุณาต่อผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักกัน หรือเด็กสถานฝึกอบรม โดยชอบด้วยกฎหมาย

            13.

            14. มีหน้าที่ตักเตือนแนะนำและสั่งสอนผู้อยู่ในบังคับบัญชา และผู้อยู่ในความควบคุมให้มีความประพฤติดี และปฏิบัติโดยเคร่งครัดตามกฏหมาย กฎ ข้อบังคับ และระเบียบแบบแผน ของทางเรือนจำฯ ทัณฑนิคม นิคมฝึกอาชีพ ทัณสถานอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฏหมาย หรือสถานฝึกและอบรม

            (วินัยข้าราชการกรมราชทัณฑ์ ข้อ 1-14 ดังกล่าวมีบัญญัติไว้ในมาตรา 7,8 และ 9 แห่งพระราชบัญญัติวินัยกรมราชทัณฑ์ พ.ศ. 2482)

             โทษฐานผิดวินัย

            ข้าราชการกรมราชทัณฑ์ หากกระทำผิดวินัยตามที่กล่าวมาในพระราชบัญญัติดังนี้อาจถูกลงโทษฐานผิดวินัยตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญั#ือนแนะนำและสั่งสอนผู้อยู่ในบังคับบัญชา และผู้อยู่ในความควบคุมให้มีความประพฤติดี และปฏิบัติโดยเคร่งครัดตามกฏหมาย กฎ ข้อบังคับ และระเบียบแบบแผน ของทางเรือนจำฯ ทัณฑนิคม นิคมฝึกอาชีพ ทัณสถานอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฏหมาย หรือสถานฝึกและอบรม

            (วินัยข้าราชการกรมราชทัณฑ์ ข้อ 1-14 ดังกล่าวมีบัญญัติไว้ในมาตรา 7,8 และ 9 แห่งพระราชบัญญัติวินัยกรมราชทัณฑ์ พ.ศ. 2482)

             โทษฐานผิดวินัย

            ข้าราชการกรมราชทัณฑ์ 605;ิระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 หรืออาจถูกลงโทษตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติวินัยข้าราชการกรมราชทัณฑ์ พ.ศ. 2482 คือ

            1. ขัง

            2. เพิ่มเวรยาม

            3. กักบริเวณ

            โดยโทษทั้ง 3 สถานดังกล่าวมีคำจำกัดความเอาไว้ว่า

            โทษขัง คือ ขังในที่ควบคุมที่สมควรแต่เฉพาะคนเดียว หรือรวมกันหลายคน

            โทษเพิ่มเวรยาม คือ ให้อยู่เวรยามรักษาการณ์ นอกจากหน้าที่ประจำเพิ่มขึ้นอีก

            โทษกักบริเวณ คือ กักตัวไว้งโทษตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติวินัยข้าราชการกรมราชทัณฑ์ พ.ศ. 2482 คือ

            1. ขัง

            2. เพิ่มเวรยาม

            3. กักบริเวณ

            โดยโทษทั้ง 3 สถานดังกล่าวมีคำจำกัดความเอาไว้ว่า

            โทษขัง คือ ขังในที่ควบคุมที่สมควรแต่เฉพาะคนเดียว หรือรวมกันหลายคน

            โทษเพิ่มเวรยาม คือ ให้อยู่เวรยามรักษาการณ์ นอกจากหน้าที่ประจำเพิ่มขึ้นอีก

            บริเวณใดบริเวณหนึ่งที่สมควร 

            โทษผิดวินัย

            วินัยของข้าราชการราชทัณฑ์ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ดังกล่าวแล้วนั้น ข้าราชการราชทัณฑ์ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ดังความที่บัญญัติไว้ในมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ที่ว่า ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องรักษาวินัยตามที่บัญญัติเป็นข้อห้ามและข้อปฏิบัติไว้ในหมวดนี้โดยเคร่งครัดอยู่เสมอ

            โทษที่ได้รับสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญที่ไม่รักษาวินัยตามที่กล่าวข้างต้น มีโทษ 5 สถาน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 100 คือ

&ng="TH" style="font-family: AngsanaUPC">             โทษผิดวินัย

            วินัยของข้าราชการราชทัณฑ์ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ดังกล่าวแล้วนั้น ข้าราชการราชทัณฑ์ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ดังความที่บัญญัติไว้ในมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ที่ว่า ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องรักษาวินัยตามที่บัญญัติเป็นข้อห้ามและข้อปฏิบัติไว้ในหมวดนี้โดยเคร่งครัดอยู่เสมอ

            โทษที่ได้รับสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญที่ไม่รักษาวินัยตามที่กล่าวข้างต้น nbsp;           1. ภาคทัณฑ์

            2. ตัดเงินเดือน

            3. ลดขั้นเงินเดือน

            4. ปลดออก

            5. ไล่ออก

            การกระทำผิดวินัยของข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับโทษอย่างหนึ่งอย่างใดใน 5 สถานนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของการกระทำความผิด ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ

            1. กรณีการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และ

            2. กรณีการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง

 

 

 

 

 

#000080"> 1. ภาคทัณฑ์

            2. ตัดเงินเดือน

            3. ลดขั้นเงินเดือน

            4. ปลดออก

            5. ไล่ออก

            การกระทำผิดวินัยของข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับโทษอย่างหนึ่งอย่างใดใน 5 สถานนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของการกระทำความผิด ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ

            1. กรณีการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และ

            2. กรณีการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง