เรือนจำจังหวัดภูเก็ต  ถนนดำรง  อำเภอเมือง จ.ภูเก็ต    โทร.0-7621-2104  โทรสาร 0-7621-4689 

สวัสดิการที่ผู้ต้องขังได้รับ

สวัสดิการผู้ต้องขัง   มีหน้าที่รับผิดชอบการจัดสวัสดิการและการสงเคราะห์ผู้ต้องขังในด้านต่างๆ
โดยแบ่งออกเป็นฝ่าย 3 ฝ่ายดังนี้

 

1. ฝ่ายสวัสดิการผู้ต้องขัง

งานเยี่ยมญาติ

    เรือนจำจังหวัดภูเก็ต   เปิดให้ญาติมิตรของผู้ต้องขังเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังได้ตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 15.00 น. โดยติดต่อขอเยี่ยมได้ที่   งานเยี่ยมญาติ  ฝ่ายสวัสดิการผู้ต้องขัง (บริเวณร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขังหน้าเรือนจำ )ได้ตั้งแต่เวลา 08.30 น. -14.30 น.  ทั้งนี้ ญาติผู้แจ้งขอเยี่ยมผู้ต้องขังจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน, ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์   หรือเอกสารอื่นๆที่ทางราชการออกให้  ต่อเจ้าหน้าที่รับแจ้ง เรือนจำจะอนุญาตให้เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังได้ วันละ 1 ครั้ง  ยกเว้นมีเหตุผลจำเป็น เช่นเป็นญาติที่มาจากต่างจังหวัดไกลๆ   ที่ไม่ค่อยมีโอกาสที่จะมาเยี่ยมผู้ต้องขังได้บ่อย      ก็อาจจะพิจารณาให้เยี่ยมได้ 2 รอบ

เพื่อพัฒนางานเยี่ยมญาติของเรือนจำ   ให้มีความพร้อมที่จะบริการประชาชน ตามนโยบายรัฐบาลและกรมราชทัณฑ์เรือนจำจังหวัดภูเก็ตจึงได้ดำเนินการปรับปรุงงานบริการประชาชนดังนี้

-ดำเนินการปรับปรุงร้านค้าสงเคราะห์และจัดเสริมที่นั่งรอพบญาติ  เพื่อให้สะดวกและสวยงาม

-นำระบบบสารสนเทศมาใช้ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการขายสินค้าในร้านค้าสงเคราะห์  พร้อมนำระบบยิงบาร์โค๊ดนำมาใช้  ทั้งนี้เพื่อเป็นการสะดวกรวดเร็วในการบริการญาติผุ้ต้องขัง

-ติดตั้งกล่องรับเรื่องราวร้องทุกข์และรับข้อคิดเห็นจากญาติ   ไว้ในบริเวณที่พักญาติเพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนหรือญาติสามารถเสนอแนะข้อคิดเห็นเพื่อปรับปรุงงานได้ตลอด

งานเงินฝากผู้ต้องขัง

    มีหน้าที่รับผิดชอบดูแล   เรื่องการรับเงินฝากจากญาติที่มาเยี่ยมผู้ต้องขังประจำวัน หน้าห้องเยี่ยมหรือเงินที่ญาติส่งมาให้ทางไปรษณีย์ธนาณัติ    นำเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องขัง  และรับผิดชอบการจ่ายเงินออกจากบัญชีในรูปแบบ "ใบบุ๊ค" ให้แก่ผู้ต้องขัง   เพื่อใช้แลกเปลี่ยนเป็นสินค้าของใช้จำเป็น จากร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขังภายในเรือนจำ ทั้งนี้การถอนเงินฝากประจำวันของผู้ต้องขังในแต่ละวัน  กรมราชทัณฑ์ได้กำหนดระเบียบให้ผู้ต้องขังแต่ละคนสามารถถอนเงิน(ตัดบุ๊ค)  เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าจากร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง ได้ไม่เกินวันละ 200.- บาท

ในการปฏิบัติงาน   เพื่อให้การดำเนินงานประจำวันของงานเงินฝากผู้ต้องขัง  มีความกระชับถูกต้องตามระเบียบ/ข้อบังคับที่กรมราชทัณฑ์กำหนดง่ายต่อการตรวจสอบและเพื่อเป็นการสนองนโยบายมาตรฐานเรือนจำ 10 ด้าน ของกรมราชทัณฑ์ ที่พร้อมรับการตรวจสอบ ทั้งจากผู้บังคับบัญชา และหน่วยงานภายนอกได้ตลอดเวลา
 

งานสูทกรรม

    มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลในเรื่อง การจัดเลี้ยงอาหารผู้ต้องขัง    ในเรือนจำ วันละ 3  มื้อ โดยมีเมนูรายการอาหารที่กรมราชทัณฑ์กำหนดไว้แน่นอนตามปีงบประมาณโดยจะใช้ชนิดและประเภทของอาหารไทยประจำภาคนั้น ๆ    เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับอาหารที่สะอาดถูกสุขอนามัย    เพียงพอตามอัตภาพและให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำได้ตามควร


การจัดเลี้ยงอาหารผู้ต้องขัง ที่มีคุณภาพและมีปริมาณเพียงพอ ถือเป็นภารกิจสำคัญที่จะหนุนช่วยให้การพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ของเรือนจำ  สามารถบรรลุผล และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
 
 

2. งานสงเคราะห์ผู้ต้องขัง

 งานร้านค้าสงเคราะห์ผู้ต้องขัง

ร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง นอกเรือนจำ

มีหน้าที่รับผิดชอบ  งานจำหน่ายสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ  (   ของใช้ประจำวัน นม  กาแฟและขนมขบเคี้ยว ) ให้กับญาติผู้ต้องขังที่มีความประสงค์ที่จะซื้อฝากให้กับผู้ต้องขังภายในเรือนจำสินค้าที่ญาติซื้อ เรือนจำจะบริการนำส่งให้แก่ผู้ต้องขัง ภายในเวลา 15.30น.ทุกวัน

- ร้านค้าสงเคราะห์ผู้ต้องขังในเรือนจำ

มีหน้าที่รับผิดชอบ  งานจำหน่ายสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ    ให้กับผู้ต้องขังภายในเรือนจำโดยวิธีการหักจากบัญชีเงินฝากของผู้ต้องขัง   ซึ่งผู้ต้องขังทุกคนสามารถถอนเงิน(ตัดบุ๊ค)ได้ คนละไม่เกิน 200.- บาท/วัน

ในด้านคุณภาพสินค้าทั้งสินค้าบริโภคและอุปโภคที่จำหน่าย   ณ ร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง  เรือนจำได้จัดตั้งคณะกรรมการร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลการจำหน่ายสินค้า ราคาจะต้องอยู่มาตรฐานท้องตลาด การปรุงอาหาร การจัดซื้อวัตถุดิบ จะเน้นความสะอาด เป็นพิเศษ  ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานของร้านสงเคราะห์ฯบรรลุเป้าหมายที่ได้วางไว้ คือ

" สินค้าและอาหาร   ของร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง  จะต้องอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สุขาภิบาลอาหาร
ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข  "



3. ฝ่ายสังคมสงเคราะห์

 งานสังคมสงเคราะห์

มีหน้าที่ดูแลให้การช่วยเหลือผู้ต้องขังภายในเรือนจำ      ทั้งในกรณีที่ผู้ต้องขังไม่มีญาติมาเยี่ยม, ผู้ต้องขังที่มีฐานะยากจน, ผู้ต้องขังพิการ ผู้ต้องขังชรา  โดยประสานงานขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน

 

 
ข้อมูลเมื่อ  29มิ.ย.53