ผลการดำเนินงานของเรือนจำกลางนครพนม ประจำปีงบประมาณ 2550


1. ฝ่ายควบคุมและรักษาการณ์


 1.  ด้านการควบคุมผู้ต้องขัง  ได้วางแผนการดำเนินการ  และกำหนดมาตรการในการควบคุม
ผู้ต้องขังให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  ไม่เกิดความเสียหายให้แก่ทางราชการ  ซึ่งมีมาตรการที่สำคัญ  ดังต่อไปนี้
1.1.  มาตรการรับตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่  ได้ร่วมกับฝ่ายทัณฑปฏิบัติ  กำหนดแนวทางในการปฏิบัติิต่อ
ผู้ต้องขังเข้าใหม่  นับตั้งแต่การตรวจรับหมายศาล  การตรวจสุขภาพ  การบันทึกข้อมูลประวัติผู้ต้องขังและ
การถ่ายภาพผู้ต้องขัง
1.2  มาตรการควบคุมผู้ต้องขังไป – กลับศาล   กำหนดมาตรการในการส่งตัวผู้ต้องขังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ  กำหนดให้มีการตรวจสอบรายชื่อตามหมายเบิกของศาล  แต่งเครื่องแบบสำหรับผู้ต้องขังจำเครื่องพันธนาการ 
จัดเก็บลายนิ้วมือเพื่อพิสูจน์ตัวบุคคลของผู้ต้องขังที่ออกศาล  จัดรถรับ – ส่งผู้ต้องขัง  บริเวณประตู  3  หากมี
ผู้ต้องขังรายสำคัญหรือคดีอุกฉกรรจ์ออกศาล  กำหนดให้ใส่เสื้อมีแถบสีแดงที่แขนเสื้อด้านซ้ายมือ  และจะแจ้ง
ให้้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับตัวทราบทุกครั้งการรับตัวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในตอนเย็น  ซึ่งกำหนดให้มีการพิสูจน์
ลายนิ้วมือ  การตรวจค้นตัวผู้ต้องขังโดยละเอียด
1.3  มาตรการควบคุมผู้ต้องขังรายสำคัญ  โดยกำหนดให้แดน  3  เป็นแดนควบคุมผู้ต้องขังโทษสูงสำหรับควบคุมผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์  หรือรายสำคัญ  ห้ามมิให้ผู้ต้องขังทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปโดยเด็ดขาด 
จัดกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมอย่างใกล้ชิดตลอด  24  ชั่วโมง 
1.4  การซักซ้อมแผนป้องกันและระงับเหตุร้ายภายในเรือนจำ  โดยกำหนดให้มีการซักซ้อมแผนป้องกันและระงับเหตุร้าย  อย่างน้อยปีละ  1  ครั้ง  เรือนจำกลางนครพนมได้ดำเนินการซักซ้อมแผนป้องกันและระงับเหตุร้ายฯปีละ  2  ครั้ง  ครั้งที่  1  ในวันที่  25  มีนาคม  2550 ครั้งที่  2  ในวันที่  25  กันยายน  2550

1.5  โครงการฝึกอบรมระเบียบวินัยผู้ต้องขัง ได้ดำเนินการฝึกอบรมระเบียบวินัยแก่ผู้ต้องขังเข้าใหม่ 
ระยะเวลา  15 – 30  วันและผู้ต้องขังที่กระทำผิดวินัยจะใช้ระบบตัดคะแนนความประพฤติของผู้ต้องขัง
มาใช้และมีการฝึกภาคสนาม  ฝึกระเบียบแถว  ฝึกกายบริหาร  และฝึกจิตภาวนา  เพื่อให้ผู้ต้องขังที่เข้าใหม่
่และกระทำผิดวินัย  สามารถปรับตนเข้ากับระเบียบและสภาพภายในเรือนจำ

2  ด้านการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง  ได้วางแผนการดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบลายกรมราชทัณฑ์  ในการปรับปรุงสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานในการใช้ชีวิตในเรือนจำในส่วนที่เกี่ยวข้อง  ดังนี้
2.1  โครงการจัดทำที่นอนมาตรฐานสำหรับผู้ต้องขัง  เพื่อให้ผู้ต้องขังทุกคนภายในเรือนจำมีสภาพความเป็นอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน  ที่นอนมาตรฐาน  ขนาด  1.20  ตารางเมตร  สีฟ้า  ที่ง่ายต่อการดูแลรักษาและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ  และได้ปรับปรุงสภาพเรือนนอนทุกห้องทุกเรือนนอนให้อยู่ในสภาพที่ถ่ายเทอากาศได้ดี  มีแสงสว่างอย่างเพียงพอ  มีมุ้งลวดทุกห้อง  มีระบบป้องกันน้ำขังภายในเรือนนอน  และกำชับการดูแลความสะอาดพื้น  ฝาผนัง  และเพดานห้องนอนให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อป้องกันพาหะนำโรค
2.2  งานควบคุมแดนวัยหนุ่ม  เป็นสถานที่ควบคุมผู้ต้องขังวัยหนุ่ม  อายุระหว่าง  18 – 25  ปี  เป็นนักโทษเด็ดขาดมีกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน  20  ปี  และเป็นสถานที่ฝึกวิชาชีพด้านกีฬา  ประเภทมวยไทย  มวยสากล  ร่วมทั้งการเล่นดนตรี  เรือนจำฯ  ได้นำผู้ต้องขังเข้าแข่งขันคัดเลือกนักกีฬาที่เรือนจำกลางอุดรธานี  เพื่อเป็นตัวแทนเขตไปร่วมแข่งขันกีฬาแดนสามัคคีเกมส์ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี  และกีฬาประเภทมวยสากลสมัครเล่นผ่านการคัดเลือกเป็นตัวจำนวน  1  คน  มีผู้ต้องขังในควบคุมจำนวน  137  คน  เจ้าหน้าที่ควบคุมจำนวน  3  คน  การพัฒนาปรับปรุงห้องพักเวรยามโดยการปูกระเบื้อง
2.3  งานควบคุมแดน  2  เป็นแดนควบคุมผู้ต้องขังคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล  ผู้ต้องขังเข้าใหม่และนักโทษเด็ดขาด  ที่มีกำหนดโทษไม่เกิน15 ปี  มีผู้ต้องขังในควบคุมจำนวน438 คน เจ้าหน้าที่ควบคุม จำนวน 4คน
มีเรือนนอน  1  หลัง  โรงฝึกงาน  1  หลัง  มีงานรับจ้างสกรีนผ้า  และถักอวน การพัฒนาภายในแดน
ได้จัดทำอ่างล้างภาชนะแบบมาตรฐาน  (3  ตอน)  ปูกระเบื้องห้องพักเวรยาม  ปรับปรุงภูมิทัศน์ในแดน
ให้เกิดความสวยงาม  ผู้ต้องขังแต่งกายชุดที่เรือนจำจ่ายให้ในวันทำงานปกติทุกคน
2.4  งานควบคุมแดน  3  หน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังที่เป็นนักโทษเด็ดขาดกำหนดโทษไม่เกิน  20  ปี  และผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์  อบรมระเบียบวินัยผู้ต้องขัง  ฝึกวิชาชีพ  มีผู้ต้องขังในควบคุมจำนวน356คน  เจ้าหน้าที่ควบคุมจำนวน 6คน มีเรือนนอน1หลัง  โรงเลี้ยงและอบรม 1 หลัง  โรงงานฝึกวิชาชีพ 1 หลัง 
ใช้ในการฝึกวิชาชีพช่างไม้  ช่างปูน  จัดทำหลักเขต  การพัฒนาปรับปรุงอาคารสถานที่  ทาสีอาคาร
จัดทำป้ายบอกทางภายในแดน
2.5  งานควบคุมแดนหญิง  ทำหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังหญิง  เข้าใหม่  คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล 
นักโทษเด็ดขาด  ที่มีกำหนดโทษไม่เกิน  20  ปี  ฝึกอบรมวิชาชีพแก่ผู้ต้องขัง  อบรมระเบียบวินัยผู้ต้องขัง 
มีผู้ต้องขังในควบคุมจำนวน  224  คน  เจ้าหน้าที่ควบคุม  3  คน  มีเรือนนอน  1 หลัง  อาคารเอนกประสงค์  1  หลัง  ใช้ในการฝึกวิชาชีพทอผ้าชั้น 3  ห้องสมุดและห้องเรียนชั้น  2  แรงงานจ้างทำดอกไม้ประดิษฐ์  ชั้น  2 
สถานพยาบาล 1 หลัง  มีเจ้าหน้าที่พยาบาลรับผิดชอบ 1 คน ภายในแดนจะประกอบอาหารตามสั่งจำหน่าย
แก่เจ้าพนักงานและผู้ต้องขังภายในเรือนจำ  นำรายได้ส่งร้านค้าสงเคราะห์ผู้ต้องขัง  การฝึกวิชาชีพเสริมสวย
แก่ผู้ต้องขังเปิดบริการทุกวัน

3. ด้านการพัฒนาอาคารสถานที่  ภายในเรือนจำมีเนื้อที่  จำนวน  39  ไร่  3  งาน  การควบคุมจัดแบ่งเป็นแดนต่าง ๆ เช่น  แดนวัยหนุ่ม  แดน  2  แดน  3  แดนสูทกรรม  แดนเกษตร  แดนฝ่ายการศึกษาและพัฒนาจิตใจ  และแดนสถานพยาบาล  เป็นต้น  ปูกระเบื้องบริเวณประตูเรือนจำ  ปลูกไม้ดอกไม้ประดับตามแดนต่าง ๆ ถนนทางเดิน  ทำป้ายบอกทาง  เน้นความสะอาดสวยงาม

4. มาตรการการตรวจค้น
4.1.  ตรวจค้นยานพาหนะเข้า – ออกเรือนจำ  เจ้าหน้าที่รักษาการณ์ประตู  ทำหน้าที่ตรวจค้นยานพาหนะ เข้า – ออก  เรือนจำ  ทุกคันได้จดบันทึกขออนุญาตนำรถยนต์เข้าเรือนจำ  และรายงานผลการตรวจค้นในสมุดปฏิบัติหน้าที่ประจำวันของเจ้าหน้าที่  ไม่ปรากฏพบสิ่งของต้องห้ามและสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด
4.2  ตรวจค้นเจ้าหน้าที่  และบุคคลภายนอก  เจ้าหน้าที่รักษาการณ์ประตูเรือนจำทำหน้าที่ตรวจค้นตามคำสั่งของผู้บัญชาการเรือนจำ  และได้ตรวจค้นเจ้าหน้าที่และบุคคลภายนอกทุกคนที่ผ่านเข้า – ออกเรือนจำ  ด้วยระบบตรวจค้นเครื่องตรวจโลหะแบบประตูเดินผ่าน  จากนั้นจะมีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ประตูอีกครั้ง  เรือนจำได้จัดตู้เก็บสิ่งของ  (ล็อกเกอร์)  สำหรับเจ้าหน้าที่  และบุคคลภายนอก  เจ้าหน้าที่รักษาการณ์ทำหน้าที่ชี้แจ้งให้บุคคลภายนอกได้ทราบ  ผลการตรวจค้นไม่พบการนำสิ่งของต้องห้ามหรือผิดกฎหมายแต่อย่างใด
4.3  ตรวจค้นผู้ต้องขังออกทำงานภายนอกเรือนจำ  เจ้าหน้าที่รักษาการณ์ประตูเรือนจำ  ได้ตรวจค้นผู้ต้องขังออกทำงานนอกเรือนจุกคน  ในรอบปีที่ผ่านมาไม่พบผู้ต้องขังซุกซ่อนหรือลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามหรือผิดกฎหมายเข้าหรือออกเรือนจำแต่อย่างใด
4.4 ตรวจค้นตัวและสิ่งของผู้ต้องขังที่ออกและกลับจากศาล  เจ้าหน้าที่รักษาการณ์ประตูเรือนจำได้ตรวจค้นผู้ต้องขังออกศาลทุกคน  เรือนจำห้ามผู้ต้องขังนำสิ่งของออกไปด้วย  เมื่อกลับจากศาลเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ประตูเรือนจำ  จะร่วมกับเวรรักษาการณ์กลางคืนยามผลัดที่  3  แดน  1,2,3  และเวชสูทกรรมตรวจค้นผู้ต้องขัง  สิ่งขิงที่ญาตินำฝากให้ขณะอยู่ที่ศาล
4.5  ตรวจค้นตัวผู้ต้องขังและสิ่งของผู้ต้องขังที่ออกเยี่ยมญาติ  เรือนจำฯ  ให้ญาตินำสิ่งของที่ฝากให้ผู้ต้องขังได้เฉพาะอาหารที่ปรุงแล้วเสร็จ  สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเรือนจำมีจำหน่าย  เพื่อป้องกันการลักลอบหรือซุกซ่อนสิ่งของต้องห้ามหรือผิดกฎหมายเขจ้าในเรือนจำ  เจ้าหน้าที่ควบคุมห้องเยี่ยมญาติจะจดรายการสิ่งของฝากและชื่อผู้รับและผู้ฝาก  นำเข้าสู่เครื่องตรวจสายพาน  ตรวจบนคอมพิวเตอร์  และนำมาตรวจที่งานควบคุมกลางอีกครั้งหนึ่ง  ผลการตรวจไม่พบสิ่งของต้องห้ามหรือผิดกฎหมายแต่อย่างใด

5.ห้องควบคุมระบบเสริมความมั่นคง
                เรือนจำกลางนครพนม  ได้นำระบบเสริมความมั่นคงโดยใช้เทคโนโลยีมาใช้ในการควบคุมและรักษาการณ์  ระบบดังกล่าวจะมีกล้องโทรทัศน์วงจรปิด  จำนวน  160  ตัว  ระบบบันทึกข้อมูลคอมพิวเตอร์ใช้ในการจัดเก็บข้อมูล  ระบบเสียงสัญญาณในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน  ภายในห้องควบคุมระบบจะมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบตลอด  24  ชั่วโมง  เจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเรือนจำฯ ไม่อนุญาตให้เข้าห้องระบบโดยเด็ดขาด  ระบบควบคุมกล้องได้ชำรุดไม่สามารถใช้งานได้เนื่องมาจากอายุการใช้งาน  เรือนจำฯ ได้รับการสนับสนุน  งบประมาณในการซ่อมแซมจากกรมราชทัณฑ์  ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการจักซ่อมที่ผ่านมาไม่มีผู้ต้องขังแหกหักหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางเรือนจำแต่อย่างใด

6.งานสถานพยาบาล
     
การให้การบำบัดรักษาขั้นต้นแก่ผู้ต้องขังดูแล  ควบคุมและดำเนินงานอนามัย  อาชีวอนามัย  สุขาภิบาล  เรือนจำและสิ่งแวดล้อมในเรือนจำ  ให้การแนะนำแก่ผู้บริหาร  ในการส่งตัวผู้ต้องขังป่วยออกไปรักษาพยาบาลภายนอกเรือนจำ  ตลอดจนประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

7.โครงการ/กิจกรรม

7.1  การจัดซื้ออุปกรณ์การอยู่เวรยามรักษาการณ์
7.2  การจัดซื้อกัสปาตอง  โล่ปราบจลาจล  และหมวกชุดปฏิบัติการ
7.3  ป้อมยามหน้าเรือนจำเพื่อตรวจสอบบุคคลเข้าออกเขตเรือนจำ

ผลงานจัดทำโครงการฝ่ายควบคุมและรักษาการณ์

ผลงานโครงการลำดับที่  2    การอบรมฯ และงานสถานพยาบาล
2.1  จำนวนผู้ต้องขังที่รับการรักษาทั่วไป 
ผู้ต้องขังชาย จำนวน 1,100  คน  เข้ารับการรักษา  7,650  ครั้ง 
ผู้ต้องขัง หญิง  จำนวน  110  คน  เข้ารับการรักษา  740  ครั้ง                                                          
2.2  จำนวนครั้งที่แพทย์เข้าตรวจสุขภาพ
ผู้ต้องขังทั่วไป  จำนวน  11  ครั้ง  ชาย  จำนวน  450  คน  หญิง  90  คน 
2.3 โรคที่ตรวจพบในเรือนจำ  โรคผิดหนัง วัณโรค  โรคเอดส์  โรคจิต  ความดันโรหิต โรคเบาหวาน  โรคอื่นๆ  ไข้หวัด
ปวดศรีษะ  ไอ  ปวดฟัน  ปวดท้อง
2.4  การป้องกันโรคติดต่อภายในเรือนจำ
-    รณรงค์ประชาสัมพันธ์
-    ให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อ
-     การให้การอบรม
2.5  การรณรงค์และการจัดกิจกรรมในวันสำคัญต่าง ๆ จำนวน  11  ครั้ง
-      กิจกรรมออกกำลังกาย  ภายในเดือน  พ.ย.  2550
-      กิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขังเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลภายในเดือนมีนาคม  2550
-      การจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพผู้ต้องขังสูงอายุ  และผู้ป่วย  ภายในเดือนมีนาคม  2550
-      กิจกรรมผู้ต้องขังสูงอายุ  ภายในเดือน  กันยายน – สิงหาคม  2550
-      การอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ต้องขัง  ภายในเดือน  มิถุนายน  2550
-      การจัดกิจกรรมรณรงค์ในวันวัณโรคโลก  ภายในเดือน  เมษายน 2550
-      กิจกรรมเนื่องในวันสุขภาพจิต  ภายในเดือน  มิถุนายน  2550
-      การจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตและจิตใจผู้ต้องขังสูงอายุ  ภายในเดือน  สิงหาคม  2550
-      กิจกรรมรณรงค์ป้องกันไข้เลือดออก  ภายในเดือน  พฤศจิกายน  2550
-      โครงการเรือนจำมั่นคงร่วมรณรงค์โรคเอดส์  ภายในเดือน  มิถุนายน  2550
2.6  โครงการที่ดำเนินการ
-      อบรมเพื่อนช่วยเพื่อนทางด้านสุขภาพจิตและผู้ต้องขังทางจิตเบื้องต้น
-      ดูแลบำบัดรักษาผู้ต้องขังโรคจิตอย่างเป็นระบบ
-      ส่งเสริมสุขภาพผู้ต้องขัง  (เต้นแอโรบิคเพื่อสุขภาพ)
-      บริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตและจิตเวชแก่ผู้ต้องขัง
-      สดใสร่วมกันต้านเอดส์
-      เพิ่มภูมิคุ้มกันต้านยาเสพติด
-      พัฒนาระบบงานด้านการบำบัดและรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขัง
-      แบ่งกลุ่มผู้ต้องขังเพื่อการดูแลอย่างมีระบบ
-      อบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพจิตและจิตเวชแก่เจ้าพนักงานเรือนจำ

 

2.ฝ่ายบริหารทั่วไป

1.งานด้านธุรการ

ลำดับที่

รายการ

จำนวนเรื่อง

หมายเหตุ

1

ลงทะเบียนรับหนังสือ

4,056

 

2

ลงทะเบียนส่งหนังสือ

3,900

 

3

จัดทำคำสั่งเรือนจำ

   283

 

4

จัดทำแผนงาน/โครงการ

    20

 

2.งานการเจ้าหน้าที่

1. การประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ (ตำแหน่งประเภททั่วไป)
และตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะตำแหน่งระดับ 8 ลงมา
(ดำเนินการ 1 ครั้ง)   
จากผลการสำรวจมีข้าราชการที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์การประเมินฯ จำนวน 3 คน
ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักทัณฑวิทยา 6 ว  ทั้ง 3 คน

2. การประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง สำหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีความรู้   ความชำนาญ
และประสบการณ์เฉพาะตัว เพื่อให้ดำรงตำแหน่ง ในระดับ 4 ระดับ 5 และระดับ 6  
(ดำเนินการ  2 ครั้ง)
ครั้งที่ 1  ข้าราชการมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์จำนวน 3 คน ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังนี้
- เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 4 จำนวน 1 คน         
- เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ 4 จำนวน 1 คน
- พยาบาลเทคนิค 5 (สำหรับตำแหน่งพยาบาลเทคนิค 5 ข้าราชการได้ลาศึกษาต่อ 
กรมราชทัณฑ จะมีคำสั่งแต่งตั้งให้หลังจากกลับจากลาศึกษาแล้ว( 17 เม.ย.51)
ครั้งที่ 2  ข้าราชการมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์จำนวน 3  คน ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังนี้
- เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 4 จำนวน 2 คน                             
- เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 5 จำนวน 1 คน

3. การประเมินข้าราชการที่สมควรได้รับการแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น (ระดับควบ) จำนวน 6 ครั้ง
                ครั้งที่ 1 จำนวน 1 คน (เลื่อนจากระดับ 2 เป็นระดับ 3)
                ครั้งที่ 2 จำนวน 1 คน (เลื่อนจากระดับ 4  เป็นระดับ 5)
                ครั้งที่ 3 จำนวน 1 คน (เลื่อนจากระดับ 2  เป็นระดับ 3)
                ครั้งที่ 4  จำนวน 1 คน (เลื่อนจากระดับ 2  เป็นระดับ 3)
                ครั้งที่ 5 จำนวน 2 คน (เลื่อนจากระดับ 1  เป็นระดับ 2)
                ครั้งที่ 6 จำนวน 1 คน (เลื่อนจากระดับ 2  เป็นระดับ 3)

4. การดำเนินการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 
          ได้ดำเนินการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์  สำหรับข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งในระดับ 3 มาแล้วอย่างน้อย 1 ปี
  (ขอครั้งแรก จำนวน 2 คน  และขอเสนอพระราชทานเครื่องราชฯ ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย  สำหรับข้าราชการที่ดำรงตำแหน่ง
ในระดับ 5 มาแล้วอย่างน้อย 1 ปี  จำนวน 7 คน  เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2550

5. การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ  ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ ประจำปี (2 ครั้ง)
ผลการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีงบประมาณ 2550

ที่

ผลการพิจารณา

จำนวน

หมายเหตุ


1

2
3

4

 


1

 

2
3

4
5
6
7
8
9

ครั้งที่ 1 (1 ต.ค. 49 – 31 มี.ค.50)
ข้าราชการได้รับพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 1 ขั้น

ข้าราชการได้รับพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 0.5 ขั้น
ข้าราชการไม่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือน

ลูกจ้างประจำได้รับการพิจารณาเลื่อนค่าจ้าง 0.5 ขั้น

 

ครั้งที่ 2 (1 เม.ย. 50  – 30 ก.ย.50)
ข้าราชการได้รับพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 1.5 ขั้น

 

ข้าราชการได้รับพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 1 ขั้น
ข้าราชการได้รับพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน 0.5 ขั้น

ข้าราชการไม่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือน
ลูกจ้างประจำได้รับการพิจารณาเลื่อนค่าจ้าง 1 ขั้น
ลูกจ้างประจำไม่ได้เลื่อนค่าจ้าง
พนักงานราชการได้รับพิจารณาเลื่อนค่าตอบแทน 1 ขั้น
พนักงานราชการไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนค่าตอบแทน
พนักงานราชการที่ได้คะแนนประเมินอยู่ในระดับดีเด่น
ได้รับเงินค่าตอบแทนพิเศษร้อยละ 5 ของเงินเดือน

 

9 คน

40 คน
3 คน

2 คน

 

5 คน

 

45 คน
11 คน

2 คน
1 คน
1 คน
24 คน
2 คน
3 คน

 

- ร้อยละ 15 ของจำนวนข้าราชการ
ณ  วันที่ 1 มีนาคม  2550  (61 คน)
- ข้าราชการบรรจุใหม่ มีระยะเวลา
ในการปฏิบัติหน้าที่ไม่ถึง 4 เดือน 1 คน
และ ข้าราชการลาศึกษาต่อ 2 คน
- รวมทั้งปี 2 ขั้น 9 คน ไม่เกินร้อยละ 15
ของจำนวนข้าราชการ  ณ  วันที่  1 มี.ค.50
(61 คน)

- ได้รับพิจารณาเลื่อนขั้นพิเศษอีก 0.5 ขั้น (รวมทั้งปี 1.5 ขั้น) จำนวน 4 คน
- ลาศีกษาต่อ 1 คน/ลาป่วยเกิน 120 วัน 1 คน
- เกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.50
- พนักงานราชการ 26 คน
- มีระยะเวลาในการปฏิบัติงานไม่ถึง 8 เดือน

 6. การดำเนินการยื่นคำร้องขอย้ายกลับภูมิลำเนาของข้าราชการ  และโอนย้าย  (3 ครั้ง 4 คน)
กรมราชทัณฑ์มีคำสั่งให้ย้ายข้าราชการตามคำร้องของตนจำนวน 3 คน เพื่อย้ายไปปฏิบัติราชการสังกัดเรือนจำกลางสมุทรปราการ  เรือนจำกลางอุบลราชธานี  และเรือนจำอำเภอเทิง  และมีคำสั่งให้โอนย้ายข้าราชการจำนวน 1 คน  เพื่อไปรับราชการครูที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดมุกดาหาร

7.  การดำเนินการเกี่ยวกับข้าราชการบรรจุใหม่  และข้าราชการครบทดลองปฏิบัติราชการ
ข้าราชการบรรจุใหม่ในปีงบประมาณ พ.ศ.2550 มีจำนวน 8 คน ครบทดลองปฏิบัติราชการแล้วจำนวน 5 คน ยังไม่ครบทดลองปฏิบัติราชการ 3 คน  จะครบทดลองในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2550 จำนวน  2 คน และในวันที่ 17 มีนาคม 2551 จำนวน 1 คน

8. การดำเนินการส่งข้าราชการ  และพนักงานราชการ  เข้ารับการฝึกอบรมและสัมมนา
ได้ดำเนินการส่งตัวข้าราชการและพนักงานราชการ  เข้ารับการฝึกอบรมและสัมมนาตามโครงการของกรมราชทัณฑ์  เรือนจำกลางประจำเขต  และหน่วยราชการอื่น ๆ  ทั้งหมด 65 ครั้ง จำนวน  125 คน

9. การดำเนินการรับสมัครบุคคลที่ผ่านการเลือกสรรเป็นพนักงานราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานกักขัง 
มาขึ้นบัญชีเป็นผู้ผ่านการเลือกสรรฯ  ในตำแหน่งใหม่
 (2 ครั้ง)
                                                                                                                                                                ครั้งที่ 1 ดำเนินการเลือกสรรฯในตำแหน่งผู้ช่วยพนักงานราชทัณฑ์ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในเรือนจำ(ชาย) มีผู้สมัครจำนวน 3 คน
ผ่านการเลือกสรรฯและจัดจ้างจำนวน 2 คน
ครั้งที่ 2 ดำเนินการเลือกสรรฯในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ(ด้านควบคุม)   

10. การดำเนินการเรื่องข้าราชการลาอุปสมบท
ดำเนินการขออนุญาตกรมราชทัณฑ์  ให้ข้าราชการลาอุปสมบถตามโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา 
โดยไม่ถือเป็นวันลาระยะเวลา  19  วัน

3.การเงินงบประมาณ
               
1.  การดำเนินการงานการเงินงบประมาณเรือนจำ 


1.1 แผนงบประมาณส่งเสริมธรรมาภิบาล  ผลผลิตที่ 1 ผู้ต้องขังได้รับการควบคุมดูแล
งบดำเนินงานค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ
งบประมาณที่ได้รับ                                                                     17,632,276.00      บาท
เบิกจ่ายยอด  ณ  วันที่  30  กันยายน  2550                                      17,622,885.83      บาท
คงเหลือ                                                                                          9,390.17      บาท
คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 99.95  %

1.2 แผนงบประมาณส่งเสริมธรรมาภิบาล  ผลผลิตที่ 1 ผู้ต้องขังได้รับการควบคุมดูแล
งบลงทุน (ครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง)
งบประมาณที่ได้รับ                                                                           140,400.00     บาท
เบิกจ่ายยอด  ณ  วันที่  30  กันยายน  2550                                             134,100.00    บาท
คงเหลือ                                                                                             6,300.00    บาท
คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 95.51  %
1.3 แผนงบประมาณส่งเสริมธรรมาภิบาล ผลผลิตที่ 2 ผู้ต้องขังได้รับการแก้ไข 
ฟื้นฟูและพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง
งบดำเนินงานค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ
งบประมาณที่ได้รับ                                                                             149,800.00   บาท
เบิกจ่ายยอด  ณ  วันที่  30  กันยายน  2550                                              148,950.00   บาท
คงเหลือ                                                                                                850.00   บาท
คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 99.43  %                                                            
1.4  แผนงบประมาณส่งเสริมธรรมาภิบาล  ผลผลิตที่ 2 ผู้ต้องขังได้รับการแก้ไขฟื้นฟูและพัฒนา พฤตินิสัยของผู้ต้องขัง
เงินอุดหนุน
งบประมาณที่ได้รับ                                                                             16,600.00      บาท
เบิกจ่ายยอด  ณ  วันที่  30  กันยายน  2550                                              16,595.00      บาท
คงเหลือ                                                                                                  5.00      บาท
คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 99.97      %
1.5  แผนงบประมาณส่งเสริมธรรมาภิบาล ผลผลิตที่ 3 ผู้ต้องขังติดยาเสพติดได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ
งบดำเนินงานค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ
งบประมาณที่ได้รับ                                                                             27,000.00      บาท
เบิกจ่ายยอด  ณ  วันที่  30  กันยายน  2550                                              27,000.00      บาท
คงเหลือ                                                                                                   0.00     บาท
คิดเป็นเปอร์เซ็นต์  100.00     %

4.งานพัสดุ
การจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าการพัสดุ  พ.ศ.2535  และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม 
การจัดซื้อพัสดุประจำปีงบประมาณ  พ.ศ.2550  แบ่งการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่่าด้วยการพัสดุ  พ.ศ.2535  ดังนี้
1.1 วงเงินงบประมาณไม่เกิน 100,000 บาท  ดำเนินการจัดซื้อพัสดุโดยวิธีการตกลงราคา ได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ 
1.2 วงเงินงบประมาณเกิน 100,000 บาท  แต่ไม่เกิน  2,000,000 บาท  ดำเนินการจัดซื้อพัสดุ โดยวิธีการสอบราคา โดยแต่งตั้งคณะกรรมการรับซองสอบราคา  คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
1.3 วงเงินงบประมาณเกิน  2,000,000 บาท  ขึ้นไป  ดำเนินการจัดซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ  ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์  พ.ศ.2549 และหนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0408.3/ว.302 ลงวันที่ ................................   เรื่อง  การเพิ่ม ความคล่องตัวและแนวทางในการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ  ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์  พ.ศ.2549ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยเน้นความโปร่งใส  ตรวจสอบได้ 
ตามนโยบายกรมราชทัณฑ์อย่างเคร่งครัด  และปฏิบัติตามหนังสือสั่งการเรื่องการเผยแพร่ข้้อมูลข่าวสารให้สาธารณชน
ได้รับทราบข่าวสารในการจัดซื้อจัดจ้างของเรือนจำ ทางเว็บไซด์  www.gprocurement.go.th  และเว็บไซด์ของเรือนจำ  

5.แผนงาน/โครงการ  และมาตรการอื่นๆ
แผนงานการจัดวางระบบควบคุมภายใน
      ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารงานเรือนจำ (คำสั่งเรือนจำกลางนครพนม ที่ 134/2550 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2550) ซึ่งประกอบด้วย
ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครพนม  เป็นประธานกรรมการ หัวหน้าฝ่ายฝึกวิชาชีพ  หัวหน้าฝ่ายควบคุมและรักษาการณ์
หัวหน้าฝ่ายทัณฑปฏิบัติ     เป็นกรรมการ หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป   เป็นกรรมการและเลขานุการ
คณะกรรมการบริหารงานบุคคลมีหน้าที่ร่วมกันกำหนดแนวทาง  และรับผิดชอบการบริหารงานเรือนจำในทุกด้าน
ผลในการดำเนินการดังกล่าว  ทำให้การบริหารงานเรือนจำ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 
ลดข้อขัดแย้งในการบริหารงานภายใน  และยังเกิดแนวทางการดำเนินงานและโครงการใหม่ๆ  ในการบริหารงานเรือนจำ

โครงการปรับปรุงแก้ไขลดขั้นตอนการให้บริการ
เพื่อให้การทำงานของเรือนจำได้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน  จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน และลดขั้นตอนการทำงานใหม่ 
เพื่อสร้างความพึงพอใจกับผู้มาใช้บริการ  และเพื่อให้เป็นไปตาม  แผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการกรมราชทัณฑ์ 5 ปี
(พ.ศ.2547 – พ.ศ. 2551) จึงได้แต่งตั้งคณะทำงาน  ละจัดทำแบบสอบถามประชาชนที่มาติดต่อและจัดให้มีตู้รับคำร้อง
ของผู้ใช้บริการ  เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้แสดงความคิดเห็น  จะได้นำมาเป็นแนวทางในการดำเนินการให้เกิดความพึงพอใจ                   
แก่ประชาชนต่อไป  การดำเนินงานในปีงบประมาณที่ผ่านมา  มีประชาชนแสดงความคิดเป็นคิดเป็นร้อยละ  92.50 %

โครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารเรือนจำกลางนครพนม
ฝ่ายบริหารทั่วไป  ได้ดำเนินการโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารเรือนจำ  โดยจัดรายการวิทยุ(ยุติธรรมเพื่อประชาชน) 
ผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดนครพนม    ในระบบ FM คลื่นความถี่  90.25  MHZ  ได้มอบหมายให้
เจ้าหน้าที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันรับผิดชอง ซึ่งออกอากาศ  ทุกวันจันทร์  ตั้งแต่เวลา 14.00 น. – 15.00 น.

โครงการเปิดเรือนจำกลางนครพนมสู่สังคม
เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์กรมราชทัณฑ์ พ.ศ. 2547 – พ.ศ.2551 ตามตัวชี้วัด ในการที่จะให้สังคมยอมรับ
การกลับคืนสู่สังคมของผู้ที่ได้รับการปล่อยตัว  และป้องกันการกระทำผิดซ้ำกลับเข้ามาในเรือนจำอีก  และนโยบายของรัฐบาล
ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแบบยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนและสังคมได้รับรู้และเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่  ภารกิจของเรือนจำและกรมราชทัณฑ์ จึงจำเป็นต้องเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกได้รับรู้ข่าวสาร  หรือเห็นภาพลักษณ์ ์ของเรือนจำที่แท้จริง ในปีงบประมาณที่ผ่านมา  มีนักเรียน นักศึกษาและประชาชน  ขอเข้าดูกิจการเรือนจำ 6 ครั้ง จำนวน 517  คน

โครงการจัดตั้งมุมเรียนรู้
การดำเนินงานตามโครงการหยิบเพื่อรู้  อ่านดูเพื่อพัฒนาของกรมราชทัณฑ์  เรือนจำกลางนครพนม  ได้จัดตั้งมุมเรียนรู้
ู้โดยใช้มุมหนึ่งของห้องประชุม   ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เห็นเป็นรูปธรรมเด่นชัดนัก  เนื่องจากสถานที่ไม่เอื้ออำนวย  ทำให้ผู้ใช้บริการมีจำนวนน้อย  จึงได้ปรับเปลี่ยนสถานที่ในการดำเนินการ   เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ 
และยังสามารถควบคุมและจัดเก็บหนังสือให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น   ทั้งนี้  ยังจัดให้มีมุมอินเตอร์เน็ตไว้สำหรับค้นคว้าหาข้อมูล  ซึ่งเป็นระบบผ่านดาวเทียม  สามารถเชื่อมต่อได้ถึง 12 จุดด้วยกัน   

โครงการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการข้าราชการ
เรือนจำกลางนครพนม  ได้จัดตั้งกองทุนสวัสดิการ  ตามระเบียบคณะอนุกรรมการสวัสดิการ  กรมราชทัณฑ์  มาตั้งแต่ปี 2547
ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน  60  คน (สมาชิกถือหุ้นคนละ 1,200 บาท)  เงินกองทุนสะสม  ณ  วันที่ 30 กันยายน 2550
มีจำนวน..................... บาท  สมาชิกสามารถกู้ยืมเงินได้ครั้งละ 5,000 บาท  คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละหนึ่งบาทต่อเดือน 
กำหนดให้ส่งชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยภายในระยะเวลา 5 เดือน เมื่อชำระหนี้ครบตามจำนวนแล้ว  สามารถกู้ยืมได้อีก

     

3. ฝ่ายฝึกวิชาชีพ

ผลการดำเนินงาน  ตั้งแต่  1  ตุลาคม  2549  ถึง  31 กันยายน  2550
(ยอด  ณ  วันที่  30  กันยายน  2550)


รายการทรัพย์สิน

จำนวนมูลค่า(บาท)

เงินสด

67,178.94

เงินฝากธนาคาร

759,035.06

เงินฝากคลังทุนหมุนเวียน

500,000.00

ลูกหนี้บุคคลยืม

27,800.00

ลูกหนี้ขายสินค้าและบริการบุคคลภายนอก

72,250.20

สัตว์เลี้ยง

137,010.00

สินค้าคงเหลือ

219,399.00

งานระหว่างทำ

15,000.00

วัตถุดิบ

62,309.00

วัสดุ

186,253.35

สวนป่า

155,335.00

สิ่งปลูกสร้าง

327,713.45

ครุภัณฑ์การเกษตร

14,346.68

ครุภัณฑ์ยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง

201,563.50

ครุภัณฑ์โรงงาน

43,026.03

ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์

54,800.00

ครุภัณฑ์สำนักงาน

3,922.00

ครุภัณฑ์โฆษณา

125,827.13

ครุภัณฑ์งานบ้านงานครัว

87,875.00

รวมทรัพย์สิน

3,060,644.34

หนี้สิน และทุน

จำนวนมูลค่า
บาท

เจ้าหนี้ค่าวัสดุและบริการภาครัฐ

845.82

เงินรางวัลค้างจ่ายผู้ต้องขัง

169,116.00

เงินรางวัลค้างจ่ายเจ้าพนักงาน

50,726.00

รายได้แผ่นดินรอนำส่งคลังฯ

23,881.72

เงินผลพลอยได้รอนำส่งกรมฯ

241,169.22

ทุน

2,574,905.58

รวมหนี้สิน และทุน

3,060,644.34

รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังและรายได้จากการใช้แรงงานผู้ต้องขัง


รายการ

จำนวนมูลค่า
  (บาท)

1. รายได้จากการจำหน่ายสินค้า(งานนิทรรศการฯ ครั้งที่ 40)

437,200.00

2. รายได้จากการจำหน่ายสินค้า(หน้าเรือนจำฯ)

7,200.00

3. รายได้จากการจำหน่ายสัตว์เลี้ยง

237,235.00

4. รายได้จากงานฝึกวิชาชีพบริการเสริมสวย

36,332.00

5. รายได้จากงานฝึกวิชาชีพบริการซัก-รีด

27,948.00

6. รายได้จากการจำหน่ายพืชผักสวนครัว

48,300.00

7. รายได้จากการรับจ้างแรงงาน

204,719.75

8. รายได้จากการผลิตหลักเขตที่ดิน

1,760,000.00

รวมรายได้

2,758,934.75

จากการดำเนินการในการฝึกวิชาชีพและการใช้แรงงานผู้ต้องขัง จ่ายรางวัลให้เจ้าพนักงานและผู้ต้องขัง  ดังนี้.-


รายการ

เจ้าพนักงาน

ผู้ต้องขัง

1. จ่ายรางวัล จากงานการรับจ้างถักแห อวน

8,741.32

15,870.45

2. จ่ายรางวัล จากงานการรับจ้างประกอบดอกไม้ประดิษฐ์

89,064.13

89,064.13

3. จ่ายรางวัล จากงานการรับจ้างสกรีนผ้า

16,970.21

16,970.21

4. จ่ายรางวัล จากงานการรับจ้างผลิตหลักเขตที่ดิน

57,915.21

193,043.03

5. จ่ายรางวัล จากการฝึกวิชาชีพบริการซัก - รีด

4,529.62

15,098.67

6. จ่ายรางวัล จากการฝึกวิชาชีพบริการเสริมสวย

3,386.44

11,286.17

7. จ่ายปันผล จากการฝึกวิชาชีพด้านเกษตรกรรมเล้ยงสัตว์

3,628.00

12,101.00

8. จ่ายปันผล จากการฝึกวิชาชีพด้านเกษตรกรรมปลูกพืชผักสวนครัว

3,895.00

12,994.00

9. จ่ายรางวัล จากการจำหน่ายสินค้างานนิทรรศการฯ ครั้งที่ 40

7,495.41

24,984.70

รวมจ่ายรางวัล

195,625.34

391,412.36

 

โครงการฝึกวิชาชีพด้านเกษตรกรรมการปลูกพืชผักสวนครัว
ใช้พื้นที่ภายในเรือนจำกลางนครพนม  ประมาณ  2 ไร่ โดยปลูกพืชผักสวนครัว อาทิ ผักคะน้า , ผักกวางตุ้ง , ผักบุ้ง  โดยนำผลผลิตออกจำหน่ายให้แก่ผู้ประมูลและท้องตลาด.

โครงการฝึกวิชาชีพด้านช่างไม้,ช่างปูน
เรือนจำกลางนครพนมได้ดำเนินการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง  ด้านช่างไม้ผลิตสินค้าจำหน่าย , ช่างปูนผลิตครุภัณฑ์สำหรับที่ดินให้กับสำนักงานที่ดิน  ให้แก่ผู้ต้องขังภายในเรือนจำฯ  เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะ ความรู้ ความสามารถ สามารถไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษ.   หลังจากจำหน่ายผลผลิต  เรือนจำได้ดำเนินการจ่ายเงินรางวัลให้เจ้าพนักงานและผู้ต้องขังทุกครั้ง

 โครงการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง บริการเสริมสวย
ได้ดำเนินโครงการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังด้านบริการเสริมสวย เมื่อปีพ.ศ. 2547 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน  มีผู้ต้องขังเข้าร่วมฝึกวิชาชีพ
จำนวน 20 คน  ในปัจจุบันได้ดำเนินการโดยจัดเก็บเป็นรายได  ซึ่งมีรายได้จากการฝึกวิชาชีพด้านบริการเสริมสวย
เดือนละประมาณ 6,000.-บาท (หกพันบาทถ้วน) จากการฝึกวิชาชีพ  ได้ดำเนินการจ่ายรางวัลให้เจ้าพนักงานและผู้ต้องขังเป็นประจำทุกเดือน

โครงการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังด้านบริการซัก – รีด
ได้ดำเนินโครงการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังด้านการบริการซัก – รีด เมื่อปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันมีผู้ต้องขังเข้าร่วมฝึกวิชาชีพ
จำนวน  10 คน ในปัจจุบันได้ดำเนินการโดยจัดเก็บเป็นรายได้ ซึ่งมีรายได้จากการฝึกวิชาชีพด้านบริการซัก - รีด เดือนละประมาณ
5,000.-บาท (ห้าพันบาทถ้วน) จากการฝึกวิชาชีพได้ดำเนินการจ่ายรางวัลปันผลให้เจ้าพนักงานและผู้ต้องขังเป็นประจำทุกเดือน

โครงการรับจ้างแรงงานผู้ต้องขังถักแห อวน

ได้รับจ้างแรงงานผู้ต้องขังถักแหอวน  จากผู้ว่าจ้างเอกชน โดยนายณรงค์ศักดิ์  คำเจริญ  โดยการใช้แรงงานผู้ต้องขังจำนวน 67  คน 
มีรายได้จากการรับจ้างถักแหอวน  ประมาณเดือนละ 6,000.-บาท (หกพันบาทถ้วน)  จากการรับจ้างแรงงานผู้ต้องขังถักแหอวน
ภายหลังรับเงินค่าจ้างแรงงาน ได้ดำเนินการจ่ายเงินรางวัลให้แก่เจ้าพนักงานและผู้ต้องขังทุกครั้ง

โครงการรับจ้างแรงงานผู้ต้องขังสกรีนผ้า
ได้รับจ้างแรงงานผู้ต้องขังสกรีนผ้า จากผู้ว่าจ้างเอกชน โรงงานเทพมุกดาการ์เม้นท์ โดยการใช้แรงงานผู้ต้องขัง จำนวน 59 คน 
มีรายได้จากการรับจ้างสกรีนผ้า  ประมาณเดือนละ 12,000.-บาท(หนึ่งหมื่นสองพันบาทถ้วน) จากการรับจ้างแรงงานผู้ต้องขังสกรีนผ้า 
ภายหลังรับเงินค่าจ้างแรงงาน  ได้ดำเนินการจ่ายเงินรางวัลปันผลให้แก่เจ้าพนักงานและผู้ต้องขังทุกครั้ง

โครงการรับจ้างแรงงานผู้ต้องขังประกอบดอกไม้ประดิษฐ์
ได้รับจ้างแรงงานผู้ต้องขังประกอบดอกไม้ประดิษฐ์จากผู้ว่าจ้างเอกชน บริษัทเวิลด์ฟอร์-เรส ประเทศไทย จำกัด  โดยการใช้แรงงาน
ผู้ต้องขัง จำนวน 68  คน  มีรายได้จากการรับจ้างประกอบดอกไม้ประดิษฐ์ประมาณเดือนละ 13,000.-บาท
(หนึ่งหมื่นสามพันบาทถ้วน) จากการรับจ้างแรงงานผู้ต้องขังประกอบดอกไม้ประดิษฐ์ภายหลังรับเงินค่าจ้างแรงงาน
ได้ดำเนินการจ่างเงินรางวัลให้แก่เจ้าพนักงานและผู้ต้องขังทุกครั้ง

โครงการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังทอผ้า
เรือนจำกลางนครพนมได้ดำเนินการฝึกวิชาชีพ ผู้ต้องขังทอผ้า  ให้แก่ผู้ต้องขังหญิงภายในโรงงานชั้น 2 แดนหญิง  
มีผู้ต้องขังเข้าร่วมฝึกวิชาชีพ จำนวน  10 คน ได้ฝึกวิชาชีพให้ผู้ต้องขังทอผ้าขาวม้า และผ้าลายลูกแก้ว เป็นต้น

โครงการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังด้านเกษตรกรรมการปลูกยางพารา
ในปี  พ.ศ. 2547  เรือนจำกลางนครพนม ได้ดำเนินการปลูกยางพาราในพื้นที่   20  ไร่  จำนวน  2,000 ต้น   โดยฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง
ให้มีความรู้ ทักษะ วิธีปลูกและการบำรุงรักษาต้นยางพาราในปี พ.ศ. 2550  ได้ดำเนินการปรับพื้นที่ป่าเพิ่มอีก  20 ไร่      
ปลูกยางพารา จำนวน  2,000 ต้น  รวมพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งสิ้น จำนวน 40 ไร่  และจะขยายการปลูกอีกต่อไปจนกว่าจะครบ 100 ไร่
ตามที่กำหนดไว้ เพื่อให้การใช้พื้นที่ของเรือนจำเกิดประโยชน์สูงสุด.

โครงการฝึกวิชาชีพด้านเกษตรกรรมการเลี้ยงสัตว์
ใช้พื้นที่ภายนอกเรือนจำกลางนครพนม ด้านทิศตะวันตกประมาณ 4ไร่  เลี้ยงสัตว์จำหน่าย ตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียง
เฉลิมพระเกียรติฯ ดังนี้
1. เลี้ยงสุกร            จำนวน                   100 ตัว
2. เลี้ยงโค              จำนวน                     14 ตัว
3. เลี้ยงเป็ด            จำนวน                     14 ตัว
4. เลี้ยงไก่              จำนวน                     39 ตัว
5. เลี้ยงปลาดุก      จำนวน                       2 บ่อ
จากการฝึกวิชาชีพดังกล่าว  นำผลผลิตผลออกจำหน่ายให้แก่ผู้ประมูลอาหารและเจ้าพนักงาน  ตลอดจนบุคคลภายนอก
เพื่อเป็นการเผยแพร่กิจการของเรือนจำฯ

     

4.ฝ่ายทัณฑปฏิบัติ

1.งานทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง

1.1.  รับตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่


รับจาก

ชาย

หญิง

รวม

- ศาลจังหวัดนครพนม และศาลแขวงนครพนม

550

83

633

- เรือนจำและทัณฑสถาน

142

12

154

รวม

692

95

787


1.2 ปล่อยตัวผู้ต้องขัง

ประเภท

ชาย

หญิง

รวม

- พ้นโทษ

129

10

139

- ประกันตัว,ยกฟ้อง,ส่งกักขัง

237

37

274

- พักโทษ

8

3

11

- ลดโทษ

97

9

106

รวม

471

59

530

1.3  การย้ายผู้ต้องขังไปเรือนจำและทัณฑสถานอื่น


เหตุที่ย้าย

ชาย

หญิง

รวม

1.  ระบายกำหนดโทษสูง

 

 

 

     -  เรือนจำกลางอุดรธานี

36

5

41

2. ย้ายไปดำเนินคดีและย้ายตามคำสั่งศาล

 

 

 

     -  เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์

1

 

1

     -  เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

1

 

1

3.  ย้ายผู้ต้องขังกลับภูมิลำเนา

 

 

 

     -  เรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด

2

 

2

     -  เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร

1

1

2

     -  เรือนจำจังหวัดสกลนคร

2

 

2

     -  เรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญ

1

 

1

     -  เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์

4

3

7

     -  เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์

1

 

1

      - เรือนจำอำเภอบึงกาฬ

3

 

3

4.  ย้ายผู้ต้องขังไปรักษาตัวต่อ

 

 

 

      -  เรือนจำกลางอุบลราชธานี

4

1

5

5.  ย้ายผู้ต้องขังเข้ารับการฝึกอบรมเข้ม (ม.ส.ธ.)

 

 

 

      -  เรือนจำกลางบางขวาง

2

 

2

รวม

58

10

68


1.4 รับหมายศาล

ประเภท

จำนวน (ฉบับ)

1.  หมายขังระหว่างสอบสวน

503

2.  หมายขังระหว่างพิจารณา – ไต่สวน

358

3. หมายขังระหว่างอุทธรณ์ – ฏีกา

326

4. หมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด

339

5. หมายปล่อย

466

6. หมายเบิกผู้ต้องขังไปศาลประจำวัน

265

รวม

2,257

1.5  คัดสำเนาคำพิพากษา (จำนวนผู้ต้องขัง      ราย)


ประเภท

จำนวนผู้ต้องขัง

1. ขอสำเนาคำพิพากษา

149

รวม

149

การดำเนินงานปรับปรุงห้องงานทะเบียนฯ และห้องเก็บเอกสาร ให้สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน
และจัดระบบข้อมูลเอกสารให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย

2. งานจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง

2.1 งานจำแนกลักษณะฯ ได้ดำเนินการประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อจำแนกลักษณะผู้ต้องขังภายในเรือนจำกลางนครพนม
มีผู้ต้องผ่านการจำแนกทั้งสิ้น     911    คน ข้อมูล     ณ    วันที่  31  ตุลาคม  2550
-  เป็นนักโทษเด็ดขาดชาย  592  คน                หญิง       66  คน
-  เป็นผู้ต้องขังระหว่างชาย 215  คน               หญิง       38  คน
จำแนกลักษณะผู้ต้องขังพื้นฐาน

 

ที่

 

ประเภท

จำนวน (คน)

 

คิดเป็นร้อยละ

ชาย

หญิง

รวม (คน)

1

นักโทษเด็ดขาด

     592

66

658

91.64%

2

ผู้ต้องขังระหว่าง

215

38

253

90.68%

จำแนกลักษณะผู้ต้องขังเพื่อการแก้ไข

 

กลุ่มที่

 

ประเภท

จำนวน(คน)

 

หมายเหตุ

ชาย

หญิง

รวม(คน)

กลุ่มที่ 1

มีแนวโน้มไม่กระทำผิดซ้ำ

7

3

10

 

กลุ่มที่ 2

แก้ไขได้

448

46

494

 

กลุ่มที่ 3

ยากต่อการแก้ไข

15

1

16

 

กลุ่มที่ 4

กลุ่มพิเศษ

122

16

138

 

จำแนกลักษณะผู้ต้องขัง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย

 

ที่

 

ประเภท

จำนวน(คน)

 

หมายเหตุ

ชาย

หญิง

รวม(คน)

1

นักโทษเด็ดขาด

74

3

77

 

 

 

 

 

 

 

                2.2  การติดตามการมีงานทำของนักโทษเด็ดขาดที่ได้รับใบรับรองความประพฤติจากกระทรวงยุติธรรม

 

ที่

 

ประเภท

จำนวน(คน)

 

หมายเหตุ

ชาย

หญิง

รวม(คน)

1

นักโทษเด็ดขาดใบรับรอง

97

9

106

 

2

นักโทษที่ได้รับใบรับรองแล้วมีงานทำ

90

4

94

 

3. งานเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย

 

ที่

 

หน่วยงานที่เข้าบรรยาย

จำนวน
(ครั้ง)

ผู้เข้ารับการอบรม (คน)

 

หมายเหตุ

ชาย

หญิง

รวม

1

สถานพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครพนม

2

74

3

77

 

2

สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครพนม

2

74

3

77

 

3

โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์

2

74

3

77

 

4

สหกรณ์จังหวัดนครพนม

1

48

2

50

 

5

องค์การบริหารส่วนตำบลขามเฒ่า

2

74

3

77

 

6

สถานีตำรวจภูธรบ้านกลาง

2

74

3

77

 

7

อำเภอเมืองนครพนม

2

74

3

77

 

4. งานของงานทัณฑปฏิบัติ
4.1 การเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด (งวด 31 ธ.ค. 49 และ งวด 30 มิ.ย. 50 )


ที่

การเลื่อนชั้น

ชาย

หญิง

รวม

1

เลื่อนจากชั้นดีมากเป็นชั้นเยี่ยม

138

13

151

2

เลื่อนจากชั้นดีเป็นชั้นดีมาก

164

9

173

3

เลื่อนจากชั้นกลางเป็นชั้นดี

190

12

202

4

เลื่อนจากชั้นเลวเป็นกลาง

21

1

22

5

เลื่อนจากชั้นเลวมากเป็นเลวมาก

1

-

1

รวม

514

35

548

ฝ่ายทัณฑปฏิบัติ เรือนจำกลางกลางนครพนม
ได้ดำเนินงาน ตามมาตรการในการลดปริมาณผู้ต้องขังแออัดในเรือนจำมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ต้องขัง
ตั้งใจประพฤติตนเป็นคนดี มีระเบียบวินัย ตั้งใจศึกษาอบรม เพื่อจะได้มีโอกาสกลับออกไปสู่สังคมภายนอกได้เร็วขึ้น
ซึ่งในปีงบประมาณ 2550 มีผลการดำเนินงาน ดังนี้
การดำเนินการปล่อยตัวเพื่อคุมประพฤติ


ที่

เหตุที่ปล่อย

ชาย

หญิง

รวม

1

ปล่อยตัววันต้องโทษจำคุก

97

9

106

2

ปล่อยตัวพักการลงโทษ

5

2

7

3

ปล่อยตัวพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ (เกษตรโยธิน)

 

 

 

4

ปล่อยตัวพักการลงโทษอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด

3

1

4

รวม

105

12

117

5. ระบบงานข้อมูลผู้ต้องขังด้วยคอมพิวเตอร์ 
 ได้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลประวัติผู้ต้องขังด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่ึ่งสามารถค้นหาประวัติผู้ต้องขังได้อย่างรวดเร็ว เช่น
ประวัติทางสังคม   ประวัติการรับ - ตัวปล่อยตัว     และประวัติการต้องโทษ   เป็นต้น  ปัจจุบัน ฐานข้อมูลประวัติผู้ต้องขังสามารถเชื่อมต่อกับงานเยี่ยมญาติ

6. งาน บสต.

(ยอดรวมรายงาน บสต. 1 – 5 ตั้งแต่ 1 ต.ค. 49 – ปัจจุบัน)
ยอมรวม  บสต. 1 – 5 ตั้งแต่ 1 ต.ค. 49 – ปัจจุบัน    ชาย     14  คน        -  หญิง   -    คน  

     


5. ฝ่ายการศึกษาและพัฒนาจิตใจ  
   
ด้ดำเนินงานด้านการจัดการศึกษา  สายสามัญ ทุกระดับชั้น ประกอบด้วย   ผู้ไม่รู้หนังสือ   ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา
และส่งเสริมให้ผู้ต้องขัง ได้รับการศึกษาระดับอุดมศึกษา(มสธ.)   ธรรมศึกษา  วิชาชีพระยะสั้น และกิจกรรมอื่นๆ
อันเนื่องด้วยการพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง รวมทั้งประสานกับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วม
ในการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้กลับตนเป็นพลเมืองที่ดี  (ทั้งการเข้าบรรยาย/จัดกิจกรรม และร่วมบริจาคเงิน) 
โดยมีเป้าหมายที่จะให้ผู้ต้องขังเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม   รู้สำนึกผิดชอบชั่วดี  และสร้างความมั่นคงและสร้างความเข้มแข็ง  
สนับสนุนส่งเสริม  ปลูกฝัง  ปรับเปลี่ยนทัศนคติ  จิตสำนึก  ค่านิยม และพฤติกรรมของผู้ต้องขังให้เป็นไปในแนวทางที่เหมาะสม  ภายใต้ปรัชญาที่ว่า “พัฒนาทุกชีวิตด้วยจิตเมตตา   ส่งเสริมการศึกษา   พัฒนาทักษะอาชีพ”

 ผลการดำเนินงานฝ่ายการศึกษาและพัฒนาจิตใจ

1.โครงการราชธรรม ราชทัณฑ์

      เรือนจำได้ประสาน พระราชธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร  เจ้าคณะจังหวัดนครพนม   
เพื่อขอความอนุเคราะห์จัดปฏิบัติธรรมให้กับข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างในสังกัด ตามโครงการราชธรรม ราชทัณฑ์ 
เพื่อพัฒนาเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมตามหลักพระพุทธศาสนาและตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ให้บุคลากรขององค์กร 
มีความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง มีทัศนคติที่ดี และมีทักษะ ประสบการณ์ และแนวทางการปฏิบัติธรรม ตามหลักวิปัสสนากัมมัฏฐาน 
ซึ่งพระราชธีราจารย์ ได้รับเป็นเจ้าภาพเรื่องพระวิปัสสนาจารย์ อาหาร น้ำปานะ และสถานที่   ตลอดการฝึกปฏิบัติธรรม
รวมมีผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 40 คน

2.โครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติด้วยรูปแบบชุมชนบำบัด
เรือนจำกลางนครพนม ได้จัดทำโครงการพื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติด ในรูปแบบชุมชนบำบัด ในปีงบประมาณ 2548
โดยได้ดำเนินการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติด หลักสูตรT.C.1 จำนวน1 รุ่น (30 คน) และหลักสูตร T.C.2 จำนวน รุ่น
(30 คน)  ดังนี้
- รุ่นที่ 1/2550  ผู้ต้องขังติดยาเสพติดที่จำแนกลักษณะผู้ต้องขังแล้วเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู  จำนวน  30 คน  คิดเป็นร้อยละ7.59
(ยอดผู้ต้องขังติดยาเสพติด 395 คน)
- รุ่นที่ 2/2550  ผู้ต้องขังติดยาเสพติดที่จำแนกลักษณะผู้ต้องขังแล้ว เข้ารับการบำบัดฟื้นฟู   จำนวน 30 คน  คิดเป็นร้อยละ 7.02 
(ยอดผู้ต้องขังติดยาเสพติด 427 คน)

 3.โครงการฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้นแก่ผู้ต้องขัง
            การจัดการศึกษาวิชาชีพระยะสั้น เป็นการส่งเสริมให้ผู้ต้องขังได้มีความรู้ความสามารถในด้านวิชาชีพ
และเป็นการเพิ่มทักษะวิชาชีพแก่ผู้ต้องขัง  ที่มุ่งเน้นให้ผู้ต้องขัง สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพอิสระได้จริง ภายหลังพ้นโทษ 
ไม่เป็นภาระของสังคม     ซึ่งในปีงบประมาณ 2550  ได้รับการสนับสนุนการฝึกวิชาชีพระยะสั้นแก่ผู้ต้องขัง รวมทั้งสิ้น 6 สาขาวิชา 
จาก 5 หน่วยงาน   ประกอบด้วย  ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดนครพนม  วิทยาลัยสารพัดช่างนครพนม  วิทยาลัยเทคนิคนครพนม
ศูนย์บริการการศึกษานอก โรงเรียนอำเภอเมืองนครพนม และหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  
พระบรมราชินีนาถ นครพนม  มีผู้ต้องขังจบหลักสูตร จำนวน 132 คน  (ชาย 127 คน หญิง 5 คน)

4.โครงการฝึกอบรมยุวกาชาดนอกโรงเรียนแก่ผู้ต้องขัง
         เรือนจำกลางนครพนมได้ประสานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต1 นครพนม เข้าดำเนินโครงการฝึกอบรมยุวกาชาด
นอกโรงเรียนแก่ผู้ต้องขัง จำนวน 1 รุ่น ระหว่างวันที่ 7 -11 สิงหาคม 2550  มีผู้ต้องขังเข้าร่วมโครงการ จำนวน 80 คน
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำกิจกรรม ยุวกาชาดนอกโรงเรียน เข้าไปแก้ไขปัญหา และพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง
ให้กลับตนเป็นพลเมืองดีของสังคม  และเพื่อให้ผู้ต้องขังได้มีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ   มีแนวทางในการประพฤติตน
เป็นคนดีของสังคม

5.โครงการปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์
เรือนจำกลางนครพนม ได้ขอรับการสนับสนุนการปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์ จากพระราชธีราจารย์  เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม
วรมหาวิหาร เจ้าคณะจังหวัดนครพนม ซึ่งได้รับอนุมัติงบสนับสนุนดำเนินการปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์ เช่น ติดผ้าม่าน
ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ  การจัดทำไวท์บอร์ด และการจัดซื้อเก้าอี้ เป็นต้น  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 112,350 บาท               
(หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นสองพันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน)

 

6.โครงการปรับปรุงห้องสมุดเรือนจำ/ทัณฑสถาน เฉลิมพระเกียรตสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
กรมราชทัณฑ์   ได้ดำเนินการปรับปรุงห้องสมุดเรือนจำ/ทัณฑสถาน  เพื่อเฉลิมพระเกียรติ       สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี   ในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมพรรษาครบ  48 พรรษา  ในปี พ.ศ.2546  โดยมีเป้าหมายในการปรับปรุงและ
พัฒนาห้องสมุดเรือนจำ/ทัณฑสถานทุกแห่ง ให้ได้คุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด  และถูกต้องตามหลักวิชาการ
ภายในปี พ..ศ.2550 ในเบื้องต้น  กรมราชทัณฑ์ได้พิจารณาคัดเลือก เรือนจำกลางนครพนม   เป็นพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินการ
เป็น1ใน49 แห่ง  เรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศ           

เรือนจำกลางนครพนม  ได้เสนอขออนุมัติโครงการฯจากกรมราชทัณฑ์  เพื่อดำเนินการพัฒนางานห้องสมุดให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน
ที่กรมราชทัณฑ์กำหนดโดยขออนุญาตใช้เงินนอกงบประมาณเรือนจำ(ร้านค้าสงเคราะห์ผู้ต้องขัง) จำนวน 165,915  บาท 
(หนึ่งแสนหกหมื่นห้าพันเก้าร้อยสิบห้าบาทถ้วน) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ   
เมื่อได้รับอนุมัติจากกรมราชทัณฑ์แล้ว  จึงได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างห้องสมุด ตั้งแต่ วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.2546  เป็นต้นมา  
ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติฯ  เรือนจำกลางนครพนม  เป็นอาคารแบบก่ออิฐถือปูน มีพื้นที่ใช้สอย 219.88 ตารางเมตร  
โดยได้ใช้เงินนอกงบประมาณเรือนจำ (ร้านค้าสงเคราะห์ฯ)  และเงินที่ผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาค  เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน  
และได้ผ่านการประเมินผลจากกรมราชทัณฑ์ เมื่อปี 2549 การดำเนินงานปรับปรุงห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติฯ 
ที่ผ่านมานับว่ามีความก้าวหน้า  และประสบผลเป็นที่น่าพอใจ  ทั้งทางด้านอาคารสถานที่  ทรัพยากรสารสนเทศ 
และจำนวนผู้ที่เข้าใช้บริการ  ในปีงบประมาณต่อๆมา จึงได้รับงบประมาณสำหรับจัดซื้อทรัพยากรสารสนเทศ
และปรับปรุงทัศนียภาพบริเวณรอบนอก และภายในห้องสมุด เพื่อให้เกิดความสวยงาม  และดูโดดเด่น
ปัจจุบัน ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติฯ เรือนจำกลางนครพนม  ได้ผ่านเกณฑ์การประเมินผลจากกรมราชทัณฑ์ 
และอยู่ระหว่างรอป้ายชื่อพระราชทาน” ห้องสมุดพร้อมปัญญา”

     
 


สรุปผลการดำเนินงานด้านการจัดการศึกษาและพัฒนาจิตใจแก่ผู้ต้องขัง
(ระหว่าง วันที่ 1 ตุลาคม 2549 ถึง 30 กันยายน 2550)

1. ด้านการศึกษา

ได้ดำเนินการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน , ระดับมัธยมศึกษา , ระดับอาชีวศึกษา ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ต้องขัง
ได้รับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา (มสธ.) โดยมีสถิติการจัดการศึกษา  ดังนี้

ปีการศึกษาที่ 2/2550  
1 พฤศจิกายน 2550 – 30 เมษายน 2551)

ที่

ระดับ/ชั้น

เข้าเรียน

เข้าสอบ

จบหลักสูตร

ชาย

หญิง

รวม

ชาย

หญิง

รวม

ชาย

หญิง

รวม

1

ผู้ไม่รู้หนังสือ

2

3

5

อยู่ระหว่างภาคการศึกษา

2

ประถมศึกษา

49

34

83

3

มัธยมศึกษาตอนต้น

79

21

100

4

มัธยมศึกษาตอนปลาย

81

13

94

5

ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)

38

13

51

6

ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)

11

3

14

7

มสธ.

13

1

14

รวม

273

88

361

ปีการศึกษาที่ 1/2550 
( 16 พฤษภาคม – 30 กันยายน  2550)

ที่

ระดับ/ชั้น

เข้าเรียน(คน)

เข้าสอบ(คน)

จบหลักสูตร(คน)

ชาย

หญิง

รวม

ชาย

หญิง

รวม

ชาย

หญิง

รวม

1

ผู้ไม่รู้หนังสือ

14

-

14

14

-

14

14

-

14

2

ประถมศึกษา

29

24

53

29

24

53

6

6

12

3

มัธยมศึกษาตอนต้น

47

12

59

47

12

59

6

3

9

4

มัธยมศึกษาตอนปลาย

48

11

59

48

11

59

9

2

11

5

ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)

32

14

46

20

8

28

-

-

-

6

ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)

12

3

15

12

3

15

-

-

-

7

มสธ.

12

1

13

12

1

13

-

1

1

 

รวม

149

65

250

182

59

241

35

12

47

ปีการศึกษาที่ 2/2549
( 1 พฤศจิกายน 2549 – 30 เมษายน 2550)

ที่

ระดับ/ชั้น

เข้าเรียน(คน)

เข้าสอบ(คน)

จบหลักสูตร(คน)

ชาย

หญิง

รวม

ชาย

หญิง

รวม

ชาย

หญิง

รวม

1

ผู้ไม่รู้หนังสือ

14

-

14

14

-

14

14

-

14

2

ประถมศึกษา

52

21

73

52

21

73

10

6

16

3

มัธยมศึกษาตอนต้น

71

13

84

71

13

84

15

3

18

4

มัธยมศึกษาตอนปลาย

60

5

65

60

5

65

11

3

14

5

ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)

29

6

35

29

6

35

-

-

-

6

ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)

17

2

19

16

2

18

11

1

12

7

มสธ.

11

-

11

11

-

11

1

-

1

รวม

254

47

305

253

47

300

85

13

75

2.ด้านการพัฒนาจิตใจ
ได้ดำเนินงานด้านการพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง  ทั้งทางด้านการเรียนการสอนธรรมศึกษาชั้นตรี โท เอก 
การฝึกอบรมจิตตภาวนาตามหลักสูตร การประกอบกิจกรรมอันเนื่องด้วยวันสำคัญของชาติ  ศาสนา 
การเชิญบุคคลภายนอกเข้ามามีส่วนในการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้ กลับตนเป็นพลเมืองดี 
โดยสรุปผลการดำเนินงานได้ดังนี้

การอบรมศีลธรรมทั่วไป ประจำปีงบประมาณ 2550

ที่

รายการอบรม

จำนวนครั้ง/รุ่น

จำนวนผู้เข้าอบรม (คน)

หมายเหตุ

ชาย

หญิง

รวม

 

1

เรียนธรรมศึกษา

 

 

 

 

อยู่ระหว่างการเรียนการสอน

 

-ธรรมศึกษาชั้นตรี

12-15 /เดือน

85

48

133

 

-ธรรมศึกษาชั้นโท

12-15 /เดือน

65

21

86

 

-ธรรมศึกษาชั้นเอก

12-15/เดือน

33

7

40

2

อบรมจิตภาวนาตามหลักสูตร

12

190

85

275

 

3

อบรมผู้ต้องขังเข้าใหม่(ปฐมนิเทศ)

4

201

57

258

 

4

อบรมหมู่ตามประเภทฐานโทษ

12

221

97

318

 

5

อบรมผู้ต้องขังวัยหนุ่มแยกจากผู้ใหญ่

12

205

88

293

 

6

พระสงฆ์แสดงธรรมประจำสัปดาห์

48

9,093

1,262

10,355

 

7

อบรมในวันสำคัญ

 

 

 

 

 

 

-วันสำคัญของชาติ

9

3225

229

3,454

 

 

-วันสำคัญของศาสนา

3

661

164

825

 

8

อบรมโดยวิทยากรพุทธสมาคม

-

-

-

-

 

9

อบรมโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ

8

2,006

343

2,349

 

10

อบรมโดยผู้ต้องขังเป็นรายบุคคล

12

171

79

250

 

11

ชุมชนบำบัดคดีทั่วไป

12

514

-

514

 

12

อบรมผู้ต้องขังต่างศาสนา

 

 

 

 

 

13

-คริสต์

12

244

12

256

 

 

-อิสลาม

12

61

-

61

 

 

อบรมก่อนพ้นโทษ(ปัจฉิมนิเทศ)

-

-

-

-

 

14

อบรมทั่วไป

50

9,093

1,264

10,357

 

การจัดการเรียนการสอนสายธรรมศึกษา ประจำปี 2550

ที่

ระดับ/ชั้น

เข้าเรียน

เข้าสอบ

จบหลักสูตร

ชาย

หญิง

รวม

ชาย

หญิง

รวม

ชาย

หญิง

รวม

1

ธรรมศึกษาตรี

85

48

133

อยู่ระหว่างการเรียนการสอน

2

ธรรมศึกษาโท

65

21

86

3

ธรรมศึกษาเอก

33

7

40

รวม

183

76

259

การจัดการเรียนการสอนสายธรรมศึกษา ประจำปี 2549

ที่

ระดับ/ชั้น

ผู้เข้าเรียน

ผู้เข้าสอบ

ผู้จบหลักสูตร

ชาย

หญิง

รวม

ชาย

หญิง

รวม

ชาย

หญิง

รวม

1

ธรรมศึกษาตรี

85

24

109

56

18

74

56

18

74

2

ธรรมศึกษาโท

54

15

69

41

6

47

34

6

40

3

ธรรมศึกษาเอก

21

7

28

23

6

29

20

6

26

รวม

160

46

206

120

30

150

110

30

140

 การจัดปฏิบัติธรรม


ที่

โครงการ

ระหว่างวันที่

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม(คน)

รวม(คน)

เจ้าหน้าที่

ผู้ต้องขังชาย

ผู้ต้องขังหญิง

1

ปฏิบัติธรรมวันวิสาขบูชาโลก

31 พ.ค.-2 มิ.ย.50

47

350

50

447

2

เรือนจำ เรือนธรรม

3-7 กันยายน 50

-

100

-

100

3

ราชธรรม ราชทัณฑ์

 

40

-

-

40

รวม

87

450

50

587

3.การฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น

  ได้ประสานหน่วยงานภาครัฐ  ประกอบด้วย  ศูนย์บริการการศึกษานอก  โรงเรียนอำเภอเมืองนครพนม
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครพนม วิทยาลัยสารพัดช่างนครพนม   ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดนครพนม
วิทยาลัยเทคนิคนครพนม  และหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เปิดฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้นหลักสูตรต่างๆ ในปีงบประมาณ 2550  รวมทั้งสิ้น 6 สาขาวิชา  มีผู้จบหลักสูตร จำนวน 132 คน ดังนี้


ที่

สาขาวิชา

ตามหลักสูตร

ผู้เข้าเรียน(คน)

ผู้จบหลักสูตร(คน)

ชาย

หญิง

รวม

ชาย

หญิง

รวม

1

ตัดผมชาย

ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน

20

-

20

20

-

20

2

ช่างปูกระเบื้อง

ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานฯ

31

-

31

31

-

31

3

ซ่อมหนังสือ

หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ

15

5

20

15

5

20

4

ซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์

วิทยาลัยสารพัดช่างนครพนม

21

-

21

21

-

21

5

คอมพิวเตอร์เบื้องต้น

วิทยาลัยเทคนิคนครพนม

20

-

20

20

-

20

6

ซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศ

วิทยาลัยเทคนิคนครพนม

20

-

20

20

-

20

รวม

127

5

132

127

5

132

4.ด้านการป้องกัน แก้ไข บำบัด รักษาและพื้นฟูผู้ต้องขังติดยาเสพติด แบบชุมชนบำบัด

ได้จัดทำโครงการพื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติด ในรูปแบบชุมชนบำบัด ในปีงบประมาณ 2548 โดยได้ดำเนินการ
ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติด หลักสูตรT.C.1  จำนวน 1 รุ่น (30 คน)   และหลักสูตร T.C.2  จำนวน 1 รุ่น (30 คน)  ดังนี้
- รุ่นที่ 1/2550  ผู้ต้องขังติดยาเสพติดที่จำแนกลักษณะผู้ต้องขังแล้วเข้ารับการบำบัดฟื้นฟ จำนวน  30 คน  คิดเป็นร้อยละ 7.59
(ยอดผู้ต้องขังติดยาเสพติด 395 คน)
- รุ่นที่ 2/2550  ผู้ต้องขังติดยาเสพติดที่จำแนกลักษณะผู้ต้องขังแล้วเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู จำนวน 30 คน  คิดเป็นร้อยละ 7.02 
(ยอดผู้ต้องขังติดยาเสพติด 427 คน)
ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการ จากศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดนครพนม (ศตส.จ.นพ.)

โครงการป้องกัน แก้ไข บำบัด รักษาและพื้นฟูผู้ต้องขังติดยาเสพติด แบบชุมชนบำบัด

ประจำเดือน

แบบผสมผสาน
แบบเต็มรูปแบบ (คน)
แบบเข้มข้น(คน)

ตุลาคม 2549

-

30

-

พฤศจิกายน 2549

-

30

-

ธันวาคม 2549

-

30

-

มกราคม 2550

-

-

30

กุมภาพันธ์ 2550

-

-

30

มีนาคม  2550

-

-

30

เมษายน  2550

-

30

-

พฤษภาคม  2550

-

30

-

มิถุนายน  2550

-

30

-

กรกฎาคม 2550

-

-

30

สิงหาคม  2550

-

-

30

กันยายน  2550

-

30

-

รวม

210

150

5.หน่วยงาน/บุคคลภายนอกบริจาคเงินสนับสนุนการจัดการศึกษาและการพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง ประจำปีงบประมาณ 2550

ที่

หน่วยงาน/รายนาม
ผู้บริจาค

จำนวนเงิน

เพื่อกิจกรรม

หมายเหตุ

บาท

สตางค์

1

พระราชธีราจารย์
เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร   เจ้าคณะจังหวัดนครพนม

70,000

-

ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
ในห้องคอมพิวเตอร์
(จำนวน 2 เครื่อง)

 

2

พระราชธีราจารย์
เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
   เจ้าคณะจังหวัดนครพนม

18,600

-

ติดตั้งม่านห้องคอมพิวเตอร์

 

3

พระราชธีราจารย์
เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร  
เจ้าคณะจังหวัดนครพนม

8,750

-

ซื้อเก้าอี้ประจำห้องคอมพิวเตอร์
(จำนวน 20 ตัว)

 

4

พระราชธีราจารย์
เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร  
เจ้าคณะจังหวัดนครพนม

15,000

-

จัดทำไวท์บอร์ด
ประจำห้องคอมพิวเตอร์

 

5

เหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม

10,000

-

การแสดงดนตรีผู้ต้องขัง

 

6

สโมสรโรตารีนครพนม

5,000

-

เป็นทุนการศึกษาระดับปวช./ปวส.

 

7

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม

100,000

-

จัดซื้อเครื่องเสียง จำนวน 1 ชุด

 

8

ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด
จังหวัดนครพนม (ศตส.จ.)

30,000

-

จัดกิจกรรมชุมชนบำบัด

 

                                 รวมเป็นเงิน   257,350  บาท       (สองแสนห้าหมื่นเจ็ดพันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน)

 

 

6.ฝ่ายสวัสดิการ  
หน้าที่ความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับสวัสดิการของผู้ต้องขัง  เช่นงานสูทกรรม งานร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง 
งานเงินฝากผู้ต้องขัง และงานเยี่ยมญาติ และดำเนินการตามโครงการที่เกี่ยวข้อง หรือรับมอบหมาย ตลอดจนสวัสดิการ
แก่เจ้าหน้าที่เรือนจำ  ในรอบปีงบประมาณ พ.ศ.2550 ได้ปฏิบัติงานและเกิดผลสำเร็จของงานดังนี้

          1. ร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง
                   เรือนจำกลางนครพนม ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นการให้สวัสดิการแก่ผู้ต้องขังและเจ้าพนักงานเรือนจำ
ที่จะซื้อหาเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่การครองชีพได้โดยสะดวก ในการดำเนินกิจการร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง
ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2549 – 30 กันยายน 2550 การบริหารจัดการ ได้ดำเนินการตามมาตรฐานความโปร่งใสของเรือนจำ 5 ด้าน
และระเบียบของทางราชการกำหนดไว้โดยเคร่งครัด จะเห็นได้จากการรายงานผลการดำเนินงานร้านฯ
ให้กรมราชทัณฑ์ตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน และงบดุล 6 เดือน การบริหารกิจการร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง
ได้มีแบ่งร้านออกเป็น 2 ร้าน คือ
1.ร้านค้าภายในเรือนจำ จัดหาสินค้ามาจำหน่ายตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมบันทึกบัญชี    สต๊อกสินค้า ทั้งสินค้าสำเร็จรูป
สินค้าปรุงแล้วเสร็จ และสินค้าฝากขาย  แยกเป็น
1.1 ร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง  มีหน้าที่ในการจัดจำหน่ายสินค้าที่จำเป็นในการอุปโภคบริโภคประจำวันสำหรับเจ้าพนักงานและผู้ต้องขังในราคาท้องตลาด
ซึ่งจะมีการเปรียบเทียบราคาสินค้าจากร้านค้าภายนอกทุกสามเดือน รับสินค้าฝากขายจากครอบครัวเจ้าพนักงานเรือนจำ
มาจำหน่าย เพื่อเป็นการช่วยเหลือครอบครัวเจ้าพนักงานได้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง จะมีการเบิกจ่ายสัปดาห์ละครั้ง
มีรายได้เฉลี่ยคนละประมาณ 4,.500 บาทต่อคนต่อสัปดาห์
1.2 ร้านปรุงอาหารจำหน่ายในแดนหญิง  มีหน้าที่จัดซื้อวัตถุดิบจากตลาดภายนอกมาปรุงอาหารเพื่อจำหน่ายแก่เจ้าพนักงานและผู้ต้องขังในเรือนจำ
ในราคาสวัสดิการ ซึ่งผลดำเนินการมีผลกำไรที่ได้ในรอบปีงบประมาณ พ.ศ.2550  ประมาณ 35 % จากราคาทุน
2. ร้านค้านอก ได้จัดโชว์สินค้าพร้อมป้ายราคา ให้ญาติทราบว่ามีสินค้าอะไรจำหน่าย
เมื่อผู้ซื้อได้สั่งซื้อให้ลงรายการในใบสั่งซื้อ/ใบเสร็จรับเงิน แสดงวัน เดือน ปี ที่จำหน่าย ชื่อผู้ต้องขัง ชื่อผู้ฝาก
พร้อมรายการสินค้า รวมยอดจำนวนเงิน และผู้รับเงินลงชื่อ แล้วทางร้านภายในจะจ่ายสินค้าให้ผู้ต้องขัง
ตามรายการในใบสั่งซื้อต่อไป

ผลการดำเนินการในรอบปีงบประมาณ พ.ศ.2550

ประเภทรายรับ


ที่

สินทรัพย์

จำนวนเงิน

หมายเหตุ

บาท

สต.

1

เงินสด

99,952

39

 

2

เงินฝากธนาคาร

335,472

04

 

3

ลูกหนี้ขายสินค้า

115,635

-

 

4

ลูกหนี้บุคคลยืม

15,000

-

 

5

ทรัพย์สิน

132,812

35

 

6

เครื่องมือ

55,859

-

 

7

สินค้าคงเหลือ

112,912

30

 

รวม

867,643

08

 

ประเภทรายจ่าย


ที่

รายการ

จำนวนเงิน

หมายเหตุ

บาท

สต.

1

สวัสดิการ

320,100

49

 

2

วัสดุใช้หมดไป

180,680

50

 

3

การกุศล

38,060

-

 

4

รับรองแขก

97,644

-

 

5

เบ็ดเตล็ด

95,807

84

 

6

ทรัพย์สินและเครื่องมือ

82,930

93

 

7

ปันผลผู้ต้องขัง/เจ้าพนักงาน

45,146

-

 

รวม

860,369

76

 

                                  
2. งานเยี่ยมญาติ
     เปิดให้บริการเยี่ยมญาติทุกวันทำการ เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์  ตั้งแต่เวลา 09.00 – 15.00 น.
โดยไม่มีการหยุดพักกลางวัน  เพื่อเป็นการบริการแก่ญาติและประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาล สามารถให้บริการเยี่ยมญาติ
ได้อย่างทั่วถึง  ในแต่ละวันจะมีญาติเยี่ยมผู้ต้องขังเฉลี่ยประมาณ วันละ 45 คน กำหนดเยี่ยมครั้งละ 20 นาที
และได้มีการลดขั้นตอนในการบริการ การเยี่ยมญาติทั้งหมดภายในเวลา 30 นาที สิ่งของฝากเรือนจำฯ
ได้จัดทำใบกรอกรายการให้ญาติกรอกรายการของฝาก เพื่อป้องกันการสูญหาย  มีสถานที่พักสำหรับญาติเยี่ยมเป็นเอกเทศ 
มีการบริการน้ำดื่มสะอาด มีเครื่องรับโทรทัศน์ไว้ให้ประชาชนหรือญาติได้ชม มีพัดลมระบายอากาศ

                       ในปีงบประมาณ พ.ศ.2550 ผลการดำเนินปฏิบัติงานไม่ว่าจะเป็นการให้บริการญาติ ผู้ต้องขัง
หรือตรวจค้นสิ่งของฝาก ไม่พบปัญหา อุปสรรคหรือสิ่งของต้องห้ามแต่อย่างไร ญาติให้ความร่วมมือด้วยดี
และได้ติดตั้งพัดลมระบายอากาศในห้องเยี่ยมญาติ เพื่อสร้างบรรยากาศในการเยี่ยมให้ดี และประชาชนมีความ
พึงพอใจมากขึ้น ผู้บัญชาการเรือนจำฯ ได้ให้เจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาประชาสัมพันธ์
ขั้นตอนการติดต่อหรือเยี่ยมผู้ต้องขัง ตลอดจนสิ่งที่ประชาชนหรือญาติควรรู้ เป็นประจำทุกวัน

3. งานเงินฝากผู้ต้องขัง
    มีหน้าที่ในการรับฝากเงินฝากผู้ต้องขัง การเบิกถอนเงินฝากประจำวัน หรือกรณีพิเศษ ตรวจสอบเงินฝากผู้ต้องขัง
ตามงวดเวลา ตามที่ระเบียบกรมราชทัณฑ์กำหนดไว้ และรายงานกรมราชทัณฑ์ทราบ
ในเรือนจำกลางนครพนม มีผู้ต้องขัง จำนวน กว่าหนึ่งพันคน จะมีการฝากและเบิกถอนเงินฝากผู้ต้องขังในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก
การเบิกถอน เช่น ซื้อสินค้า ถอนกรณีพิเศษ  เงินฝากผู้ต้องขังประมาณ 20, 000 – 30,000 บาทต่อวัน
เจ้าหน้าที่รับผิดชอบได้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการที่กำหนดไว้โดยเคร่งครัด และถือปฏิบัติตามมาตรฐาน
ความโปร่งใสของเรือนจำ 5 ด้าน  มีการรายงานเป็นประจำทุก 3 เดือน และ 6 เดือน    ในปีงบประมาณ พ.ศ.2550
ผลการปฏิบัติงานไม่พบความบกพร่อง หรือความผิดพลาดในการดำเนินการด้านเงินฝากผู้ต้องขัง มีการจัดทำบัญชีรับ-ถอน
เงินฝากผู้ต้องขัง ใช้เอกสาร หรือบุ๊คตามที่กรมราชทัณฑ์กำหนด มีการเบิกจ่ายตามระเบียบโดยเคร่งครัด

4. งานสูทกรรม
     มีหน้าที่ในการจัดหาข้าวสาร อาหารดิบ มาประกอบตามเมนูสำหรับการจัดเลี้ยงอาหารผู้ต้องขังในเรือนจำซึ่งได้ถือ
ปฏิบัติตามมาตรฐานความโปร่งใสของเรือนจำ 5 ด้าน และ มาตรฐานสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานการใช้ชีวิตในเรือนจำ
สำหรับผู้ต้องขัง ด้านผู้ต้องขังช่วยงาน  ได้จัดให้มีการฝึกอบรมให้ความรู้ด้านอาหารและโภชนาแก่ผู้ต้องขัง
ช่วยงานสูทกรรม โดยวิทยากรภายนอกที่มีความรู้ ประสบการณ์  จำนวน 2 ครั้ง มีการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกเดือน
โดยเจ้าหน้าที่พยาบาลของเรือนจำ ด้านการพัฒนา ปรับปรุงสถานที่ ได้มีการจัดทำอ่างล้างภาชนะ  อ่างล้างผัก  ถังสำรองน้ำ 
ห้องน้ำสะอาด และพื้นที่แดนให้เกิดความสวยงาม สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย   
      แดนสูทกรรม จะมีบุคคลภายนอกเข้าเยี่ยมชมเป็นประจำทุกเดือน หลายกลุ่ม เช่น กลุ่มเข้าสังเกตการณ์ตรวจรับข้าวสาร
อาหารดิบและขั้นตอนการประกอบอาหารตามนโยบายกรมราชทัณฑ์ และกลุ่มนักเรียนเยี่ยมคุก แดนจึงต้องมีการพัฒนา
ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ด้านคุณภาพอาหาร และความสะอาด ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม
เข้าสุ่มตรวจคุณภาพอาหาร ความสะอาด โดยตรวจจากภาชนะที่ใช้ในการปรุงอาหาร ผู้ต้องขังประกอบอาหาร เป็นต้น
ได้ถือปฏิบัติตามนโยบายของหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ในการประหยัดงบประมาณค่าเครื่องบริโภคผู้ต้องขัง
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 โดยการลดปริมาณข้าวสารสำหรับใช้เลี้ยงผู้ต้องขังต่อคนต่อวัน ไม่เกินวันละ 500 กรัม
ซึ่งเรือนจำกลางนครพนม สามารถลดข้าวสารได้เฉลี่ยวันละ 489 กรัมต่อคนต่อวัน

โครงการที่ดำเนินการ

1. จัดสวัสดิการอาหารและเครื่องดื่มสำหรับเจ้าพนักงาน
ฝ่ายสวัสดิการ ได้นำผลกำไรร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง มาใช้ในการดำเนินการจัดสวัสดิการด้านอาหารและเครื่องดื่ม
สำหรับเจ้าพนักงานเรือนจำ โดยได้ดำเนินการดังนี้
1. ด้านอาหาร  จัดให้อาหาร สำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่เวรยามรักษาการณ์ ในวันหยุดราชการทั้งกลางวัน
และกลางคืนจำนวน 2 มื้อ คือ มื้อเช้า และกลางวัน ซึ่งในแต่ละวันจะมีเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติหน้าที่เวรยามกลางคืน
จำนวน 19  คน กลางวัน จำนวน 28 คน โดยมอบให้กลุ่มแม่บ้านเรือนจำรับทำแล้วนำส่งในแต่ละวัน เป็นการช่วย
ส่งเสริมรายได้ให้แก่ครอบครัวเจ้าพนักงานเรือนจำอีกทางหนึ่ง
2. ด้านน้ำดื่ม กาแฟ และอื่นเป็นสวัสดิการแก่เจ้าหน้าที่เรือนจำ แยกได้ ดังนี้
1.2.1 น้ำดื่ม เรือนจำกลางนครพนม ได้ใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคจากระบบน้ำบาดาล(น้ำใต้ดิน)ของเรือนจำ
ที่ไม่สามารถนำมาดื่มได้ เนื่องจากมีค่า ph น้ำไม่อยู่ในระดับที่จะนำมาใช้ดื่มได้ จึงได้จัดซื้อน้ำ
จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครพนม(มหาวิทยาลัยนครพนม) นำมาจ่ายให้ตามฝ่าย และแดนต่าง ๆ
เพื่อเป็นสวัสดิการแก่เจ้าพนักงานเรือนจำ
1.2.2 กาแฟ ได้จัดเครื่องดื่มประเภทกาแฟให้เป็นสวัสดิการแก่เจ้าหน้าที่เป็นประจำเดือน โดยจ่ายให้ฝ่าย และแดนต่าง ๆ
จำนวน 1 ชุด ประกอบด้วย กาแฟ ครีมเทียม น้ำตาล
1.2.3 ด้านอื่น ๆ เช่น  การจัดกิจกรรมในเทศกาลต่าง ๆไม่ว่าจะเป็น เทศกาลประเพณีสงกรานต์  ปีใหม่  หรือกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพแก่เจ้าพนักงานเรือนจำตามมาตรฐาน 6 ด้าน มีการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ และ
เสื้อให้แก่นักกีฬาของเรือนจำ รวมทั้งการจัดกิจกรรมทางศาสนา เป็นต้น
ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2549 – 30 กันยายน  2550 ร้านสงเคราะห์ได้จ่ายเงินค่าอาหารและเครื่องดื่มสำหรับเจ้าหน้าท
ี่ไปเป็นจำนวนเงิน  269,005 บาท(สองแสนหกหมื่นเก้าพันห้าบาทถ้วน)

2. ต่อเติมร้านค้าแดนหญิง

ร้านค้าแดนหญิง ได้ประกอบอาหารสำหรับจำหน่ายแก่เจ้าพนักงานและผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยใช้ใต้ถุนอาคารเอนกประสงค
์ในแดนหญิง ซึ่งเป็นที่สำหรับจัดเลี้ยงอาหารผู้ต้องขัง ที่ผ่านมาได้ใช้ตู้ไม้มากั้นเป็นแนวเขตให้รู้ว่าเป็นสถานที่
ประกอบอาหารจำหน่าย จึงดูไม่สวยงาม และอาจไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ  ฝ่ายสวัสดิการ จึงได้จัดทำโครงการ
ต่อเติมร้านค้าแดนหญิงขึ้น โดยใช้เงินร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง ในการดำเนินการ เป็นจำนวนเงิน 4,976บาท
(สี่พันเก้าร้อยเจ็ดสิบหกบาทถ้วน) เพื่อให้เกิดความสวยงาม เป็นระเบียบมากขึ้น ซึ่งการดำเนินการได้ใช้แรงงาน
ผู้ต้องขังในควบคุม เป็นการฝึกวิชาชีพด้านการก่อฉาบ ปูกระเบื้อง ให้แก่ผู้ต้องขังอีกทางหนึ่ง
ผลการดำเนินการสถานที่ประกอบอาหารในแดนหญิงมีความสวยงาม สดใสน่าซื้อหามากขึ้น

3. พัฒนารักษามาตรฐานสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานใช้ชีวิตในเรือนจำสำหรับผู้ต้องขัง
ประกอบด้วยมาตรฐานด้านที่นอน 
ด้านสูทกรรม ด้านโรงเลี้ยงอาหาร ด้านสถานพยาบาล และด้านการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล เรือนจำกลางนครพนม
ได้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานฯ เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ.2549  และได้มีการรักษา พัฒนามาตรฐานฯให้อยู่ในระดับมาตรฐาน
ตลอดจนมีการพัฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น ซึ่งเรือนจำกลางนครพนม ได้แต่งตั้งคณะทำงานในการรักษา พัฒนามาตรฐานฯ
โดยได้มอบหมายคณะทำงานออกเป็นชุด และมีหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละด้าน และมอบหมายให้คณะทำงานชุดตรวจสอบ
มีหน้าที่ตรวจการดำเนินการตามมาตรฐาน เป็นประจำทุก 3 เดือน รายงานผลให้ผู้บัญชาการเรือนจำฯ ได้ทราบ
ในปีงบประมาณ พ.ศ.2550 เรือนจำกลางนครพนม ได้ขอความร่วมมือจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม
ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ เมื่อวันที่ 21 – 22 สิงหาคม 2550 ผลการตรวจของสาธารณสุข
จังหวัดนครพนม เรือนจำกลางนครพนม ผ่านเกณฑ์มาตรฐานโดยมีคะแนนดังนี้


ลำดับที่

ข้อมาตรฐาน

คะแนนเต็ม

คะแนนที่ผ่านเกณฑ์

คะแนนที่ได้

1

มาตรฐานด้านที่นอน

25

22

23

2

มาตรฐานด้านสูทกรรม

18

18

18

3

มาตรฐานด้านโรงเลี้ยงอาหาร

28

22

25

4

มาตรฐานด้านสถานพยาบาล

28

25

25

5

มาตรฐานด้านการกำจัดขยะและสิ่งปฏิกูล

50

44

50

             
4. รักษามาตรฐานความโปร่งใสของเรือนจำ 5 ด้าน
เรือนจำกลางนครพนม ได้ดำเนินการตามเกณฑ์มาตรฐานความโปร่งใสของเรือนจำ 5 ด้าน ซึ่งผ่านเกณฑ์รับรองมาตรฐานฯ
และได้รับป้ายฯ เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ.2548 ต่อมาในปีงบประมาณ พ.ศ.2549 เรือนจำกลางนครพนม
ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการด้านความโปร่งใสของเรือนจำ 5 ด้าน ให้เป็นเรือนจำต้นแบบมาตรฐานความโปร่งใสฯ
ได้ร่วมจัดบอร์ดที่กรมราชทัณฑ์ ในกิจกรรมสัปดาห์รณรงค์กรมราชทัณฑ์ใสสะอาด
ในปีงบประมาณ พ.ศ.2550 ได้ดำเนินการรักษามาตรฐานตามหลักเกณฑ์ข้อกำหนดของกรมราชทัณฑ์ มาโดยตลอด เช่น
มาตรฐานด้านข้าวสาร มีการตรวจรับของคณะกรรมการจากภายนอก ร่วมกับคณะกรรมการเรือนจำ
โดยมีการสับเปลี่ยนเป็นประจำทุกสัปดาห์ มีการจัดทำบัญชีรับจ่ายข้าวสาร(รท.39) โดยปริมาณข้าวสารคงเหลือ
ตรงกับในห้องเก็บ คุณภาพข้าวสารตรงกับตัวอย่างข้าวสาร เป็นต้น
มาตรฐานด้านอาหาร มีคณะกรรมการจากภายนอกร่วมกับกรรมการเรือนจำร่วมกันตรวจรับเป็นประจำทุกวัน ตรวจดูปริมาณ
คุณภาพตามใบสั่งซื้อ มีการปรุงอาหารตรงตามเมนูประจำเดือน การบริหารจัดการเศษอาหารตามที่กรมราชทัณฑ์กำหนดไว้ เป็นต้น
มาตรฐานด้านการทำงานผู้ต้องขัง
1. การฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง  มีการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังทุกราย การฝึกวิชาชีพตามโครงการที่ได้รับอนุมัติ 
การจัดซื้อพัสดุตามระเบียบฯ การติดประกาศรายชื่อผู้ต้องขัง การจัดทำบัญชี 5 แบบ มีการจ่ายรางวัลปันผลตามระเบียบกรมราชทัณฑ์
2. การรับจ้างแรงงานผู้ต้องขัง มีการทำสัญญาว่าจ้างกับผู้ว่าจ้าง  ติดประกาศรายชื่อผู้ต้องขัง  สัญญาว่าจ้างฯ  ผลผลิต
มีการจ่ายรางวัลปันผลตามระเบียบกรมราชทัณฑ์
มาตรฐานด้านการบริหารกิจการร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง มีการเปรียบเทียบราคาสินค้าจำหน่ายกับร้านค้าภายนอก
เป็นประจำทุก 3 เดือน มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินกิจการ การจัดทำสตอกสินค้า  การจัดทำทะเบียนคุมสินค้า เป็นต้น
มาตรฐานด้านการบริหารจัดการทั่วไป ได้มีการส่งบัญชีทรัพย์สินของผู้บัญชาการเรือนจำ หัวหน้าฝ่าย หัวหน้างาน
เพื่อตรวจสอบเป็นประจำทุกปี  และมีการประชุมร่วมกันในการดำเนินการตามมาตรฐานทุก 3 เดือน  เป็นต้น
ในปีงบประมาณ พ.ศ.2550  ได้ดำเนินการตามเกณฑ์มาตรฐานฯและรายงานกรมราชทัณฑ์เป็นรูปเล่มทราบแล้ว

5. การจัดสวัสดิการด้านอื่น ๆ
7.1 การจัดซื้อเครื่องหมายประดับยศของข้าราชการในกรณีได้รับการเลื่อนในระดับที่สูงขึ้น
7.2 จัดหาหนังสือพิมพ์ไว้ที่มุมเรียนรู้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้รับรู้ข่าวสาร ทันต่อเหตุการณ์บ้านเมือง
7.3 จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ และชุดกีฬาให้แก่เจ้าหน้าที่เรือนจำ
ในรอบปีงบประมาณ พ.ศ.2550 ได้จ่ายเงินร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง สวัสดิการด้านนี้ไปเป็นจำนวนเงิน  52,304 บาท
(ห้าหมื่นสองพันสามร้อยสี่บาทถ้วน)

 

     

 

   
จัดทำโดย
เรือนจำกลางนครพนม เลขที่ 300 หมู่ที่ 3 ตำบลขามเฒ่า อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม 48000
โทร. 0-4254-3234-6   Email : popnakp@correct.go.th