สาระน่ารู้ พรบ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.๒๕๖๐

คำหลัก:    

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

๑.     พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้ประกาศใช้และจะมีผลใช้บังคับเมื่อใด 

ตอบ พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่  ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ และจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้น ๙๐ วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้น จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ตามความในมาตรา ๒ แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐

๒.     พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ แตกต่างจากพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๗๙    ฉบับเดิม อย่างไร

พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีบทบัญญัติที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหลายประการ

ดังนี้

๑)      เพิ่มเวลาติดตามจับกุมผู้ต้องขังหลบหนีจาก ๒๔ ชั่วโมง เป็น ๔๘ ชั่วโมง

๒)      มีการรับรองสิทธิของผู้ต้องขังตามมาตรฐานสากลไว้ในพระราชบัญญัติ (เดิมเป็น

เพียงระเบียบฯ และแนวปฏิบัติ) เช่น การศึกษา ศาสนา การรักษาพยาบาลการดูแลผู้ต้องขังที่มีครรภ์หรือคลอดบุตร

๓)      มีการปรับปรุงการแยกประเภทหรือชั้นของเรือนจำ

๔)      ได้กำหนดการดำเนินงานที่สำคัญไว้ในพระราชบัญญัติฯ (เดิมอยู่ในกฎหมาย    ลำดับรองหรือเป็นเพียงแนวทางปฏิบัติ) ได้แก่

§  ระบบการจำแนกลักษณะของผู้ต้องขัง

§  ระบบการจัดชั้น กลุ่ม และการแยกคุมขังผู้ต้องขัง

§  ระบบการพัฒนาพฤตินิสัย

§  การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย

นอกจากนี้ พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ยังมีบทบัญญัติที่เป็นหลักการใหม่ ดังนี้

๑)      มีคณะกรรมการราชทัณฑ์ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่หลักในการกำหนดทิศทางนโยบาย        การบริหารงานราชทัณฑ์ และเน้นความโปร่งใสโดยการมีส่วนร่วมจากองค์กรและบุคคลภายนอก

๒)      มีบทบัญญัติเรื่องมาตรการบังคับโทษด้วยวิธีอื่นแทนการจำคุกและการกำหนด    สถานที่อื่นเป็นสถานที่คุมขัง เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการพัฒนาพฤตินิสัยและ       ลดปัญหาความแออัดภายในเรือนจำ 

๓)      มีการเพิ่มอำนาจให้แก่เจ้าพนักงานเรือนจำมากขึ้น โดย

·       เพิ่มอำนาจเข้าตรวจค้นสถานที่ ยานพาหนะ เพื่อติดตามผู้ต้องขังหลบหนี

·       เพิ่มอำนาจการตรวจจดหมาย พัสดุภัณฑ์ และการสกัดกั้นการติดต่อสื่อสาร

·       เพิ่มอำนาจการตรวจค้นภายในเขตปลอดภัย (บริเวณภายนอกรอบเรือนจำ) รวมทั้งให้อำนาจในการทำลายอุปกรณ์นำส่งสิ่งของต้องห้าม เช่น ยิงโดรนส่งยาเสพติดเข้าเรือนจำ

·       มีการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่แก่เจ้าพนักงานเรือนจำ และมีบทบัญญัติเรื่องเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่แก้เจ้าพนักงานเรือนจำ

·       กำหนดชื่อเรือนจำ โดยใช้คำว่า “เรือนจำ” เป็นคำขึ้นต้น แล้วต่อด้วยชื่อของเรือนจำ และกำหนดเขตความรับผิดชอบของเรือนจำโดยอาจกำหนดให้ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด โดยให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และรองรับการดำเนินการของศาล

มีการรับรองสิทธิของผู้ต้องขังตามมาตรฐานสากล เช่น การคุ้มครองกรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยเจ้าพนักงาน ซึ่งเป็นหลักการใหม่ในพระราชบัญญัตินี้

๓.     ข้อดีของพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ ฉบับใหม่ มีอะไรบ้าง

พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นการปรับปรุงกฎหมายราชทัณฑ์ทั้งฉบับ อย่างเป็น

ระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานราชทัณฑ์ การพัฒนาบุคลากร เจ้าหน้าที่ และ       เน้นระบบการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง โดยเริ่มตั้งแต่การรับตัวผู้ต้องขัง การจำแนก ตลอดจนการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย เพื่อให้โอกาสแก่ผู้ต้องขังกลับสู่ครอบครัว สังคม และไม่กระทำผิดซ้ำอีก ควบคู่กับการปกป้องสังคมโดยการเน้นควบคุมผู้กระทำผิดที่มีพฤติการณ์เป็นภัยร้ายต่อสังคม หรืออาชญากรโดยสันดาน ซึ่งสามารถสรุปข้อดีของพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ ฉบับใหม่ เป็น ๓ มิติ ดังนี้

๑)      มิติต่อประชาชน/สังคม

o   ด้านความปลอดภัย และการคืนคนดีสู่สังคม : มีการกำหนดระยะเวลาที่ถูกคุมขัง การได้ประโยชน์ การพัฒนาพฤตินิสัย และการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย เหมาะสมกับผู้ต้องขังแต่ละประเภทอย่างแท้จริง

๒)      มิติต่อองค์กร

o   เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ภาพลักษณ์ ความโปร่งใส ตรวจสอบได้

๓)      มิติต่อผู้ต้องขัง

o   มีการคุ้มครองสิทธิตามมาตรฐานสากลตามข้อ ๒.

เน้นระบบการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังด้วยวิธีการและแนวทางที่เหมาะสม

๔.     สิทธิและหน้าที่ของผู้ต้องขังตามพระราชบัญญัติฯ ฉบับใหม่ เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ อย่างไร

·       ในส่วนของสิทธิ ผู้ต้องขังจะได้รับการปฏิบัติตามหลักมาตรฐานสากลมากขึ้น เช่น

o   การคุ้มครองกรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยเจ้าพนักงานของเรือนจำและการได้รับคำแนะนำและความช่วยเหลือ

o   สำหรับผู้ต้องขังหญิงที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ที่จะได้รับคำแนะนำด้านสุขภาพและโภชนาการ

o   การได้รับประโยชน์ เช่น การพักการลงโทษ จะมีหลักเกณฑ์ที่เคร่งครัดและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

o   ส่วนการได้รับประโยชน์ ผู้ต้องขังจะได้รับประโยชน์เรื่องการออกไปฝึกวิชาชีพ/ศึกษาอบรมนอกเรือนจำ

ในส่วนของหน้าที่ ในเรื่องวินัยผู้ต้องขัง ได้ยกเลิกโทษเฆี่ยนและการขังห้องมืด ลดโทษขังเดี่ยวเหลือไม่เกิน ๑ เดือนจากเดิม ๓ เดือน นอกจากนี้ ได้มีปรับกำหนดโทษตามความผิดเกี่ยวกับเรือนจำ เช่น เรื่องสิ่งของต้องห้าม ให้มีความเหมาะสมตามความร้ายแรงของสิ่งของต้องห้ามแต่ละประเภท

๕.     ความเป็นมาของพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นอย่างไร

ในปี ๒๕๔๖ กองนิติการ กรมราชทัณฑ์ ได้ริเริ่มที่จะปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติราชทัณฑ์พุทธศักราช ๒๔๗๙ ในบางประเด็น ซึ่งร่างพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ (ฉบับที่ ..) ได้ผ่านการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อปี ๒๕๕๐ และได้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาแล้ว แต่ค้างการพิจารณา ซึ่งต่อมากระทรวงยุติธรรมไม่ยืนยันร่างพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ (ฉบับที่..) ในปี ๒๕๕๔ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงตกไป

ต่อมาในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๗ สำนักงานกิจการยุติธรรม จึงได้นำร่างพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. .... ซึ่งได้เคยดำเนินการยกร่างไว้ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ มาแก้ไขเพิ่มเติม และดำเนินการเพื่อผลักดันร่างพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. .... ตามกระบวนการขั้นตอนต่อไปอีกครั้งหนึ่ง  จนสำเร็จเป็นพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยสรุปได้ดังตารางความเป็นมาของร่างพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. .... รายละเอียดดาวน์โหลด

๖.     การมีพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ ฉบับใหม่ จะทำให้การปฏิบัติงานราชทัณฑ์เป็นมาตรฐานเดียวกันด้วยหรือไม่   

           ตามมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กำหนดให้อธิบดีวางระเบียบเกี่ยวกับการบริหารงานในเรือนจำและสถานที่คุมขัง การปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานเรือนจำและเจ้าหน้าที่ต่อผู้ต้องขัง รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานราชทัณฑ์ เพื่อให้การปฏิบัติงานในเรือนจำเป็นแนวทางและมาตรฐานเดียวกัน เปรียบได้กับคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedures : SOPs) โดยมีชื่อเรียกว่า “ประมวลระเบียบงานราชทัณฑ์ (Correctional Service Code - CSC)” ซึ่งจะเป็นการแก้ไข ปรับปรุง กฎ ระเบียบ และการปฏิบัติงานราชทัณฑ์ในเรื่องต่างๆ เพื่อให้การปฏิบัติงานสอดคล้องกับหลักการในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ และหลักเกณฑ์ วิธีการที่กำหนดไว้ในกฎหมายลำดับรองแล้ว อย่างไรก็ตาม นอกจากการบังคับโทษตามคำพิพากษาศาลแล้ว งานราชทัณฑ์ยังเป็นงานที่มีหลายด้านที่ต้องเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของผู้ต้องขังในทุกเรื่อง ซึ่งมีกระบวนการขั้นตอนมาก มีความละเอียดและ ซับซ้อน หลายกรณีจึงสมควรที่จะต้องวางระเบียบและขั้นตอนการปฏิบัติไว้เป็นให้ชัดเจนเพื่อให้เจ้าพนักงานเรือนจำและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง มีมาตรฐาน และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน