ประวัติการลงโทษของไทย

     วิวัฒนาการการลงโทษผู้กระทำผิดในทุกประเทศ มีลักษณะที่คล้ายคลึงกันคือ เริ่มจากการลงโทษอย่าง
โหดร้ายเพื่อตอบแทนให้สมแค้น เพื่อข่มขู่ยับยั้งให้เกรงกลัวและเข็ดหลาบ แล้วคลี่คลายลงมาเป็นการฟื้นฟู
อบรมแก้ไขให้คืนดี รูปแบบการลงโทษในแต่ละยุคสมัยก็เปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะการปกครอง และ
สังคมเป็นสำคัญ

การราชทัณฑ์ของประเทศไทย อาจแบ่งวิวัฒนาการเป็น 3 ยุค คือ
1. ยุคก่อนสมัยรัชกาลที่ 5
2. ยุคแห่งการปรับปรุงในสมัยรัชกาลที่ 5
3. ยุคปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่สมัยการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475

ยุคก่อนสมัยรัชกาลที่ 5
สมัยกรุงศรีอยุธยา
     แม้กฎหมายเก่าในสมัยกรุงศรีอยธยาจะสูญหายไปมาก แต่จากกฎหมายตราสามดวง ซึ่งได้ประมวลไว้
ในสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ สามารถแสดงให้เห็นเค้าโครงการลงโทษในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้
ว่า เป็นการลงโทษเพื่อแก้แค้น ตอบแทน และข่มขู่ยับยั้ง เพราะมุ่งลงโทษที่ตัวผู้กระทำผิดอย่างเต็มที่ โดย
เฉพาะโทษประหารชีวิตในพระอัยการขบถศึก อันว่าด้วยโทษทวะดึงษ์กรรมกรณ์
32 ประการ ได้กำหนดวิธี
การประหารชีวิตหลายรูปแบบอย่างน่าสยดสยอง

การลงโทษสมัยอยุธยา พอจะประมวลได้ ดังนี้

     1.การประหารชีวิต ปกติใช้วิธีตัดศรีษะด้วยดาบ แต่ใน
กรณีกบฏได้มีบทบัญญัติในลักษณะที่โหดร้ายทารุณอย่างยิ่ง ซึ่งเข้าใจว่ามุ่งหมายข่มขู่ให้เกรงกลัว และในกรณีลงโทษพระ-
ราชวงศ์ก็มีวิธีประหารชีวิตแตกต่างจากสามัญชน
     
2.การลงโทษร่างการให้เจ็บปวดทรมาน โดยปกติใช้เฆี่ยน
ด้วยหวาย หรือทวนด้วยลวดหนัง จองจำหรือพันธนาการด้วย ขื่อ
คา พวงคอ ล่ามโซ่ ตรวน ขึ้นขาหย่าง บั่นทอนอวัยวะด้วยการตัด
มือ ตัดเท้า ตอกเล็บ ควักนัยตา แหวะปาก ตัดลิ้น

     3.ประจาน ได้แก่ สักหน้าหรือตัว แหวะหน้าผากหรือแก้ม พร้อมทั้งจำเครื่องพันธนาการ มีคนตีฆ้อง
ร้องประกาศความชั่วตระเวนไปรอบเมือง
        
4.ปรับตามลักษณะความร้ายแรงของความผิดและตามฐานันดรศักดิ์
       
 5.ริบทรัพย์ มักคู่กับโทษประหารชีวิต เรียกว่า ริบราชบาตรคือถูกริบทั้งหมดทั้งทรัพย์สินเงินทอง
รวมทั้งลูกเมีย
        
6.โทษจำคุก ไม่มีกำหนดยาวนานเท่าใด แล้วแต่พระเจ้าอยู่หัวจะโปรดพระราชทานอภัยโทษ หรือ
มีพระบรมราชโองการสั่งให้เป็นอย่างใด

สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
     หลักการและแนวความคิดในการลงโทษก็ไม่แตกต่างกับสมัยอยุธยามากนักการเรือนจำในกรุงเทพฯ
มี
2 อย่าง คือ "คุก" ใช้เป็นสถานที่จำขัง ผู้ร้ายที่มีกำหนดโทษสูง 6 เดือนขึ้นไป ส่วนผู้ต้องขังที่มีการกำหนด
โทษตั้งแต่
6 เดือนลงมาก็ให้ขังไว้ใน "ตะราง" ซึ่งมีอยู่หลายตะรางด้วยกัน สังกัด กระทรวง ทบวง กรม ที่
บังคับบัญชากิจการนั้นๆ ส่วนการเรือนจำในหัวเมืองชั้นนอกอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ว่าราชการเมือง มี
สถานที่คุมผู้ต้องโทษ เรียกว่าตะรางประจำเมืองถ้าเป็นกรณี ความผิดฉกรรจ์มหันตโทษ ผู้ว่าราชการเมือง
ต้องส่งตัวผู้กระทำผิดมายังกระทรวงเจ้าสังกัด การคุมขังนักโทษในสมัยนั้นมิได้มีกฎข้อบังคับไว้โดยเฉพาะ
ให้แล้วแต่ผู้ว่าราชการ เมืองจะกำหนดขึ้นใช้เองตามแต่จะเห็นควร

ยุคแห่งการปรับปรุงสมัยรัชกาลที่ 5
     นับเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงงานราชทัณฑ์ของไทย ให้ก้าวหน้าขึ้น ทรงจัดระเบียบการคุก
ตะรางใหม่ เมื่อ ร.ศ.
110 โดยได้มีการยกเลิกจารีตนครบาลอันโหดร้าย และประกาศใช้พระราชบัญญัติ
ลักษณะเรือนจำ ร.ศ.
120 เพื่อใช้บังคับกิจการเรือนจำ เป็นการเฉพาะ ทรงวางระเบียบข้อบังคับเรือนจำ ให้
เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน ด้วยกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ.
127 ซึ่งมีหลักการและวิธีการ ลงโทษที่ได้ผ่อน
คลายความทารุณโหดร้ายลงไปมาก กับได้บัญญัติวิธีการลงโทษผู้กระทำผิดอาญาแผ่นดินต้องผ่านกระบวน
การยุติธรรม คือ ตำรวจ อัยการ ศาล และเรือนจำ ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่
6 จึงได้ประกาศตั้งกรมราชทัณฑ์ขึ้น
เมื่อวันที่
13 ตุลาคม พ.ศ.2458 โดยรวมกิจการเรือนจำ ทั่วราชอาณาจักรไว้ในสังกัดกรมราชทัณฑ์กระทรวง
นครบาล การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้เป็นไปตาม ระเบียบกฎข้อบังคับอันเดียวกัน นับว่าการราชทัณฑ์ไทยได้
พัฒนาไปสู่แนวทางที่มีเหตุผลยิ่งขึ้น

ยุคปัจจุบัน
     หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.
2475 การราชทัณฑ์ไทยได้วิวัฒนาการการเข้าสู่ยุค
ปัจจุบัน เริ่มจากการสร้างเรือนจำกลางบางขวางให้เป็นเรือนจำที่ทันสมัย
     ในปี พ.ศ.
2477 แก้ไขเปลี่ยนแปลงวิธีประหารจากการประหารชีวิตด้วยดาบ มาเป็นการประหารชีวิต
โดยใช้ปืน มีการกำหนดนโยบายอาญาและหลักทัณฑปฏิบัติให้สอดคล้องกับภาวะการเปลี่ยนแปลงของ
สังคมไทยและตามหลักการของอารยะประเทศยิ่งขึ้น ประกาศใช้พระราชบัญญัติราชทัณฑ์พุทธศักราช
2479
กำหนดหลักการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับปฏิบัติต่อผู้ต้องขังขององค์การ
สหประชาชาติ และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และมุ่งในเรื่องการฟื้นฟูอบรม
แก้ไขผู้กระทำผิดให้กลับตนเป็นพลเมืองดีต่อไป

 

Home

To contact us:
Phone: 0-2967-3583
Fax: 0-2967-3580
Email : webmaster@correct.go.th
222 Nontaburi 1 Nontaburi  11000

 

 


 

 

พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์
กรมราชทัณฑ์  กระทรวงยุติธรรม