ความนำ

ภารกิจหลักประการหนึ่งของกรมราชทัณฑ์ ในแผนทิศทางของกรมราชทัณฑ์ในทศวรรษหน้า ( พ.ศ. 2536– 2545 ) ได้แก่ การเสริมสร้างสมรรถนะในการบริหารงานราชทัณฑ์ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยกำหนดวัตถุประสงค์ในข้อที่หนึ่ง คือ เพื่อพัฒนาบุคคลให้สอดคล้องกับงานที่เป็นภารกิจหลัก ซึ่งได้กำหนดกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากรของกรมราชทัณฑ์ไว้ ดังนี้

1. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ข้าราชการเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถโดยการศึกษาต่อในสาขาวิชาที่เกิดประโยชน์ต่อการบริหารงานของกรมราชทัณฑ์

2. ดำเนินการฝึกอบรมเพิ่มพูนความรู้ หรือฟื้นฟูวิชาการแก่เจ้าหน้าที่ทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ

3. กำหนดมาตรการให้ข้าราชการยึดถือและปฏิบัติตามระเบียบหรือกฎหมายโดยเคร่งครัด

4. เสริมสร้างจริยธรรมให้แก่ข้าราชการทุกระดับ

สถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ เป็นราชการส่วนกลางของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินการฝึกอบรม ปฐมนิเทศ สัมมนา และพัฒนาข้าราชการ ลูกจ้างและอาสาสมัครคุมประพฤติของกรมราชทัณฑ์ วางแผนการฝึกอบรม พัฒนาหลักสูตรและเทคนิคการฝึกอบรม จัดทำตำราและเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับงานราชทัณฑ์และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่แก่ ข้าราชการและอาสาสมัครคุมประพฤติ ตรวจสอบประเมินผล ติดตามผลการฝึกอบรมและสัมมนา ตลอดจนรับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินงานหอสมุดกลางกรมราชทัณฑ์ และพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ ปฏิบัติงานร่วมหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย

แนวทางการดำเนินงาน

จากภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ด้านพัฒนาบุคลากรของกรมราชทัณฑ์ สถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ จึงได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อพัฒนาบุคลากรของกรมราชทัณฑ์ไว้ 5 ลักษณะ ดังนี้

1. การจัดปฐมนิเทศ เป็นรูปแบบการพัฒนาบุคลากรสำหรับข้าราชการบรรจุใหม่ ที่ใช้ระยะเวลาการจัดสั้น วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแนะนำข้าราชการบรรจุใหม่ให้ทราบถึงกรอบกว้าง ๆ ของงานราชทัณฑ์ โครงสร้าง อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบของกรมราชทัณฑ์และเรือนจำ/ทัณฑสถาน รวมทั้งกฎระเบียบ วินัย จรรยาบรรณของข้าราชการ ตลอดจนความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับหลักอาชญาวิทยา ทัณฑวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานที่ข้าราชการบรรจุใหม่ควรศึกษาเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน

2. การจัดฝึกอบรม ได้กำหนดให้เป็นแนวทางหลักในการพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการพัฒนาทั้งในด้านความรู้ทางทฤษฎีและการปฏิบัติ ควบคู่ไปกับการปรับทัศนคติและจริยธรรม สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

2.1 หลักสูตรหลัก เป็นหลักสูตรการฝึกอบรม ที่มีความจำเป็นและเป็นสายงานหลักต่อการปฏิบัติงานในกรมราชทัณฑ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมของข้าราชการ นับตั้งแต่เริ่มเข้ารับราชการและเตรียมความพร้อมสำหรับการดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น ประกอบด้วย 5 หลักสูตร ดังนี้

  • หลักสูตรเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แรกเข้าทำงาน
  • หลักสูตรความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการสำหรับข้าราชการบรรจุใหม่
  • หลักสูตรเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ระดับผู้บังคับบัญชา (พัศดี)
  • หลักสูตรนักศึกษาผู้บัญชาการเรือนจำ (นผบ.)
  • หลักสูตรนักบริหารงานราชทัณฑ์ระดับสูง (นรส.)

2.2 หลักสูตรปฏิบัติการ เป็นกลุ่มหลักสูตรการฝึกอบรมที่มีความสำคัญต่อการปฏิบัติงานตามภารกิจของกรมราชทัณฑ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการทำงานของผู้ปฏิบัติในสายงานต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นต่อการปฏิบัติงานในเรือนจำและทัณฑสถาน เช่น

  • หลักสูตรการเงินและบัญชีเรือนจำ/ทัณฑสถาน
  • หลักสูตรทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง
  • หลักสูตรการจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง
  • หลักสูตรพนักงานคุมประพฤติ
  • หลักสูตรอนุศาสนาจารย์
  • หลักสูตรคอมพิวเตอร์ระดับปฏิบัติการ
  • หลักสูตรชุดปฏิบัติการพิเศษปราบปรามระงับเหตุร้ายภายในเรือนจำ/ทัณฑสถาน
  • หลักสูตรโภชนาการ

2.3 หลักสูตรพิเศษ เป็นหลักสูตรการฝึกอบรมที่เสริมทักษะ และความชำนาญเฉพาะด้าน เช่นหลักสูตรการฝึกอบรมอาสาสมัครคุมประพฤติ หลักสูตรอาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา

3. การประชุม/สัมมนา
การประชุม มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบนโยบายแนวทางปฏิบัติราชการ และข้อราชการที่สำคัญของผู้บริหารงานระดับสูงการสัมมนา มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานตามนโยบาย ตลอดจนได้ร่วมกันระดมความคิดหาแนวทางในการแก้ปัญหาและพัฒนาปรับปรุงวิธีการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ในการปฏิบัติงาน เช่น

  • การประชุมมอบนโยบายการบริหารงานราชทัณฑ์ โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

  • การประชุมมอบนโยบายการบริหารงานราชทัณฑ์โดยอธิบดีกรมราชทัณฑ์

  • การสัมมนานักบริหารงานราชทัณฑ์ระดับสูงทั่วประเทศ

  • การสัมมนาทางวิชาการหัวหน้าฝ่ายการศึกษาและครูใหญ่เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ

4. การสนับสนุนให้ข้าราชการพัฒนาตนเอง เป็นแนวทางการพัฒนาบุคลากรให้เป็นไปอย่างทั่วถึงและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย จึงได้กำหนดหลักสูตรการฝึกอบรมทางไกลขึ้น โดยจัดทำเนื้อหารายวิชา และเอกสารอ่านประกอบเผยแพร่เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ตลอดจนจัดทำวารสารราชทัณฑ์เพื่อเผยแพร่ความรู้และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานราชทัณฑ์ รวมถึงประสานสถาบันการศึกษาภายนอกจัดให้มีการเปิดหลักสูตรการเรียนการสอน การฝึกอบรม ที่เกี่ยวข้องกับงานราชทัณฑ์ เช่น ประสานกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการจัดการ แขนงวิชาบริหารรัฐกิจ วิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ วิชาเฉพาะการบริหารงานราชทัณฑ์

5. การกระจายอำนาจการฝึกอบรม เป็นการขยายฐานการพัฒนาบุคลากรจากส่วนกลางไปสู่เรือนจำในระดับภูมิภาค โดยสถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ ได้จัดทำแผนงานขยายเครือข่ายการฝึกอบรม โดยกระจายอำนาจการพัฒนาข้าราชการให้กับศูนย์ปฏิบัติการพิเศษจำเรือนจำกลางประจำเขตต่าง ๆ และเรือนจำที่มีศักยภาพพร้อมที่จะดำเนินการฝึกอบรมข้าราชการประจำให้กับเรือนจำในเขตของตน ซึ่งกำหนดแนวทางการดำเนินงานออกเป็น 5 กิจกรรม ดังต่อไปนี้

  • การสัมมนาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานระดับภูมิภาค
  • โครงการอบรมตัวคูณวิทยากรระดับภูมิภาค
  • โครงการนำร่องการฝึกอบรมข้าราชการบรรจุใหม่ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน
  • การนิเทศการฝึกอบรมและศึกษาดูงานระดับภูมิภาค
  • การสัมมนาประเมินผล

วัตถุประสงค์

 แผนปฏิบัติการพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ ประจำปีงบประมาณ 2543 สถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานและทิศทางในการจัดฝึกอบรมบุคลากรให้เป็นไปตามนโยบายของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งได้กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ดังนี้

1. เพื่อพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ ให้เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงานมีทัศนคติ คุณธรรมและจริยธรรมที่ดี อันจะทำให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าในสายอาชีพ โดยเน้นการพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ให้เป็นนักการราชทัณฑ์มืออาชีพ

3. เพื่อพัฒนารูปแบบวิธีการฝึกอบรมในทุกหลักสูตรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคปัจจุบัน โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายและความต้องการของหน่วยงาน

4. เพื่อให้การดำเนินการฝึกอบรมเป็นไปอย่างมีระบบต่อเนื่อง สามารถติดตามและประเมินผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. เพื่อบริหารงานด้านงบประมาณในการพัฒนาบุคลากรให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์

งบประมาณประจำปี พ.ศ. 2543

สถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ ได้เสนอขอตั้งงบประมาณ พ.ศ. 2543 ด้านการพัฒนาบุคลากรกรมราชทัณฑ์ ตามแผนพัฒนาบุคลากรกรมราชทัณฑ์ ระยะ 5 ปี (2540 - 2544 ) เป็นจำนวนเงิน 37,962,198.-บาท (สามสิบเจ็ดล้านเก้าแสนหกหมื่นสองพันหนึ่งร้อยเก้าสิบแปดบาทถ้วน) ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2543 เป็นจำนวนเงิน 1,328,400.- บาท (หนึ่งล้านสามแสนสองหมื่นแปดพันสี่ร้อยบาทถ้วน) สามารถแยกประเภทได้ดังนี้

1. งานบริหารทั่วไป

1.1 ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ 50,000 บาท

1.1.1 ค่าตอบแทน -

- ค่าสมนาคุณวิทยากร -

- ค่าอาหารทำการนอกเวลา -

- ค่าตอบแทนอื่น ๆ -

1.1.2 ค่าใช้สอย 50,000 บาท

- ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พักและค่าพาหนะเดินทาง -

- ค่าซ่อมแซมสิ่งก่อสร้าง -

1.1.3 ค่าวัสดุ -

1.2 ค่าครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง -

1.2.1 ค่าครุภัณฑ์สำนักงาน -

2. งานพัฒนาบุคลากร

2.1 ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ -

2.2 ค่าใช้สอย 1,278,400 บาท

- ค่าเบี้ยเลี้ยง,ค่าที่พักและค่าพาหนะเดินทางสำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมหรือสัมมนาหลักสูตรต่าง ๆ จำนวน 12 หลักสูตร

เป้าหมายการดำเนินงาน

 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2543 สถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ ได้กำหนดเป้าหมายในการดำเนินการฝึกอบรมและสัมมนาข้าราชการราชทัณฑ์ในทุกระดับ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ โดยแยกแผนการดำเนินงานออกเป็น 3 ลักษณะดังนี้

1. การฝึกอบรมและสัมมนาโดยใช้เงินงบประมาณ มีเป้าหมายการดำเนินงานตามประเภทของเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร ดังนี้

1.1 เงินงบประมาณหมวดงานพัฒนาบุคลากร ของสถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ จำนวน 1,278,400.- บาท ดำเนินการฝึกอบรมได้ 5 หลักสูตร จำนวน 280 คน ได้แก่

หลักสูตรเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ระดับผู้บังคับบัญชา (พัศดี) จำนวน 1 รุ่น 45 คน

หลักสูตรความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการสำหรับข้าราชการบรรจุใหม่ จำนวน 1 รุ่น 50 คน

หลักสูตรเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แรกเข้าทำงาน จำนวน 2 รุ่น 100 คน

หลักสูตรการอบรมตัวคูณวิทยากรระดับภูมิภาค จำนวน 1 รุ่น 25 คน

หลักสูตรการสัมมนาติดตามและประเมินผล จำนวน 1 ครั้ง 60 คน

1.2 เงินงบประมาณหมวดแผนง านป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพย์ติด ตามโครง1.8 การแก้ไขปัญหายาเสพย์ติด ได้รับงบประมาณ จำนวน 346,000.- บาท ดำเนินการฝึกอบรมได้ 2 หลักสูตร จำนวน 250 คน ในหลักสูตรต่าง ๆ ดังนี้

- หลักสูตรการสัมมนาป้องกันและปราบปรามยาเสพย์ติดในเรือนจำและทัณฑสถาน จำนวน 1 ครั้ง 130 คน

- หลักสูตรเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการตามแผนป้องกันและปราบปรามยาเสพย์ติด จำนวน 2 รุ่น 100 คน

1.3 เงินงบประมาณหมวดงานพัฒนาพฤตินิสัย ได้รับงบประมาณเพื่อพัฒนาบุคลากร สายการแพทย์ จำนวน 100,000.- บาท ดำเนินการฝึกอบรมได้ 2 หลักสูตร จำนวน 167 คน ในหลักสูตรต่าง ๆ ดังนี้

- สัมมนาเจ้าหน้าที่สูทกรรมเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ

- เจ้าหน้าที่เก็บปัสสาวะเพื่อวิเคราะห์หาสารเสพย์ติด

1.4 เงินงบประมาณหมวดแผนงานป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ ได้รับงบประมาณจำนวน 124,000.- บาท ดำเนินการฝึกอบรมได้ 1 หลักสูตร จำนวน 60 คน ได้แก่

- หลักสูตรการพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์

2. การฝึกอบรมและสัมมนาโดยใช้เงินนอกงบประมาณ สถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ ได้กำหนดการจัดฝึกอบรมในหลักสูตรที่มีความสำคัญ และมีผู้สนใจสมัครเข้ารับการฝึกอบรมโดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมยินดีออกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม โดยใช้เงินจำนวน 1,440,000.- บาท ในจำนวน 5 หลักสูตร 330 คน ในหลักสูตรต่าง ๆ ดังนี้

- หลักสูตรนักศึกษาผู้บัญชาการเรือนจำ (นผบ.) จำนวน 2 รุ่น 90 คน

- หลักสูตรคอมพิวเตอร์ระดับผู้บริหาร จำนวน 5 รุ่น 60 คน

- หลักสูตรคอมพิวเตอร์ระดับหัวหน้างาน จำนวน 5 รุ่น 60 คน

- หลักสูตรคอมพิวเตอร์ระดับปฏิบัติการ จำนวน 10 รุ่น 120 คน

3. การประสานการจัดฝึกอบรมและสัมมนาร่วมกับหน่วยงานอื่น สถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ ได้ประสานการจัดฝึกอบรมและสัมมนาให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ภายในกรมราชทัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 5 หลักสูตร มีข้าราชการจะผ่านการฝึกอบรม จำนวน 665 คน ในหลักสูตรต่าง ๆ ดังนี้

- หลักสูตรเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีเรือนจำ จำนวน 2 รุ่น 80 คน มีหน่วย ตรวจสอบภายในเป็นเจ้าของโครงการ

- หลักสูตรการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง บุคลากรในบทบาทภารกิจเชิงรุก จำนวน 1 รุ่น 55 คน มีกองการเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าของโครงการ

- หลักสูตรอบรมเป็นพนักงานวิทยุคมนาคม จำนวน 4 รุ่น 400 คน มีสำนักงานเลขานุการกรมเป็นเจ้าของโครงการ

- หลักสูตรอบรมผู้ปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์ จำนวน 1 รุ่น 130 คน มีสำนักพัฒนาพฤตินิสัยเป็นเจ้าของโครงการ

- หลักสูตรชุมชนบำบัด จำนวน 1 รุ่น 50 คน โดยร่วมมือกับทัณฑสถานบำบัด พิเศษกลาง และองค์การเดย์ทอป (DAYTOP)

Home