ข้อมูลการบริการ

  1. การบริการให้เยี่ยมญาติ    
  2.บริการสอบถามการพักโทษและลดโทษ    

1. บริการให้เยี่ยมญาติ

 

 

 

   
  1.1 การเยี่ยมญาติปกติ
  - กำหนดวันเวลาเยี่ยมปกติ วันจันทร์-วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ระหว่างเวลา 08.30 น.-15.00 น. (ไม่มีเวลาหยุดพักเที่ยง)
- หลักฐานที่ต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เอกสาร บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ทางราชการออกให

ขั้นตอนการเยี่ยมญาติ

ขั้นตอนที่ 1 ให้ญาติกรอกแบบฟอร์มขออนุญาเยี่ยมจากเจ้าหน้าที่ในช่องที่ 1
ขั้นตอนที่ 2 กรอกรายละเอียดลงในแบบฟอร์มการเยี่ยมญาติให้ถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 3 ยื่นแบบฟอร์มพร้อมทั้งแนบบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ทางราชการออกให้ของทุกคน
ที่จะเข้าเยี่ยมในช่องที่ 2
ขั้นตอนที่ 4 รอเรียกชื่อรับบัตรเยี่ยม
ขั้นตอนที่ 5 นำบัตรเยี่ยมพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เข้าเยี่ยมทุกคนสแดงต่อเจ้าหน้าที่ประตู
ขั้นตอนที่ 6 นำบัตรเยี่ยมไปวางในกล่องรับบัตรที่เตรียมไว้ในช่องที่ 3 บริเวณประตู 1
ขั้นตอนที่ 7 รอเรียกชื่อเข้าพบผู้ต้องขัง

1.2 การเยี่ยมญาติใกล้ชิด
- กำหนดวันเวลาเยี่ยมใกล้ชิด ประมาณระหว่างวันที่ 1 มกราคม - มิถุนายนของทุกปี เวลา 09.00-11.00 น. และเวลา 13.00-15.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนกขัตฤกษ
ขั้นตอนการเยี่ยมญาติใกล้ชิด

ขั้นตอนที่ 1 จองวันเวลา เยี่ยมญาติ โดยทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เปิดให้จองตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม
การจองเยี่ยม
- บริการจองเยี่ยมทางโทรศัพท์ (หมายเลข 0 5322 1231 ต่อ 11)
- บริการจองเยี่ยมญาติใกล้ชิดทางจดหมาย โดยส่งไปที่
ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เลขที่ 100 ถ.ราชวิถี ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200

 

ขั้นตอนที่ 2 ญาติขอรับใบจองในวันเวลา ที่ญาติสะดวก
ขั้นตอนที่ 3 กรอกรายละเอียดพร้อมบัตรประจำตัวของญาติทุกคนที่ประสงค์เข้าเยี่ยม โดยกำหนดไม่เกิน 10 คน
ขั้นตอนที่ 4 เข้าเยี่ยมตามวัน เวลา ที่กำหนดตามใบจอง
เงื่อนไขการพบญาติ  
1. นำใบนัดวันพบญาติฉบับนี้ไปในวันเยี่ยม ตามวัน เวลา ที่กำหนด ตามใบจอง
2. ผู้เข้าเยี่ยมทุกคนต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นหลักฐาน
ในการเข้าเยี่ยม
3. อนุญาตเข้าเยี่ยมได้ไม่เกิน 10 คน (รวมเด็ก) ต่อผู้ต้องขัง 1 คน
4. ญาติที่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้แก่ ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อแม่ พี่น้อง สามี ภรรยา และบุตรธิดา เท่านั้น
5. ญาติที่จะเข้าเยี่ยมต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นร่างกาย สิ่งของฝากสัมภาระที่จะนำเข้า นำออก จากทัณฑสถานฯ ตามระเบียบ
6. เพื่อความสะดวกในการตรวจค้น และการรักษาความปลอดภัย ทัณฑสถานฯ อนุญาตให้นำเข้าเฉพาะอาหารที่ปรุงสำเร็จแล้วเท่านั้นเข้ารับประทานได้
7. โปรดแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ห้ามนุ่งการเกงขาสั้นและกระโปรงสั้น และญาติที่เข้าเยี่ยม
ต้องไม่มีอาการมึนเมาสุราหรือสิ่งอื่นใดโดยเด็ดขาด
8. โปรดปฏิบัติตามเงื่อนไขโดยเคร่งครัด

- การบริการเยี่ยมทางโทรศัพท์แก่ผู้ต้องขังด้วยบัตรอิเล็กทรอนิกส์ โดยฝ่ายปกครองและรักษาการณ์เป็นผู้ดำเนินงาน โดยผู้ต้องขังเป็นผู้ยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่

- การส่งธนาณัติให้ผู้ต้องขัง ชื่อผู้ต้องขังต้องตรงกับทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง โดยส่งไปที่

ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เลขที่ 100 ถ.ราชวิถี ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200

2. บริการสอบถามการพักโทษและลดโทษผู้ต้องขัง

 

 
หลักเกณฑ์การพักโทษ
นักโทษเด็ดขาดอาจได้รับการพักการลงโทษ ดังต่อไปนี้

 

1. ชั้นเยี่ยม ไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายเลขแจ้งโทษเด็ดขาด ในกรณีที่ได้รับพระราชทางอภัยโทษ ให้ถือกำหนดโทษครั้งสุดท้าย เช่น น.ญ. ก นักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยม กำหนดโทษ 3 ปี เกณฑ์พักการลงโทษของ น.ญ. ก จะได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ 3 ปี คือได้ไม่เกิน 1 ปี นั่นคือ จะต้องจำคุกอยู่ในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
2. ชั้นดีมาก
ไม่เกิน 1 ใน 4 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด ในกรณีที่มีพระราชทานอภัยโทษ ให้ถือกำหนดโทษตามหมายแจ้งโทษเด็ดขาด ในกรณีที่มีการพระราชทานอภัยโทษ ให้ถือกำหนดโทษ
ตามหมายแจ้งโทษเด็ดขาดฉบับหลังสุด เช่น น.ญ. ข นักโทษเด็ดขาดชั้นดีมาก กำหนดโทษ 4 ปี เกณฑ์พักการลงโทษของ น.ญ. ข จะได้ไม่เกิน 1 ใน 4 ของกำหนดโทษ 4 ปี คือได้ไม่เกิน 1 ปี นั่นคือ จะต้องจำอยู่ในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

3. ชั้นดี ไม่เกิน 1 ใน 5 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทมษเด็ดขาด ในกรณีที่มีการพระราชทานอภัยโทษ ให้ถือกำหนดโทษตามหมายแจ้งโทษเด็ดขาดแบับหลังสุด เช่น น.ญ. ค นักโทษเด็ดขาดชั้นดี กำหนดโทษ 5 ปี เกณฑ์พักการลงโทษของ น.ญ. ค จะได้ไม่เกิน 1 ใน 5 ของกำหนดโทษ 5 ปี คือได้ไม่เกิน 1 ปี นั้นคือ จะต้องจำอยู่ในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี จะต้องจำอยู่ในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี เหลือโทษจำต่อไป 1 ปี

หลักเกณฑ์ของการลดโทษ

 

1. นักโทษเด็ดขาดอาจได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกให้เดือนละไม่เกิน 5 วัน แต่การลดวันต้องโทษจำคุกจะพึงกระทำไ้ด
ต่อเมื่อนักโทษเด็ดขาดได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือไม่น้อยกว่า 10 ปี ในกรณีที่ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตที่มีการเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุกมีกำหนดเวลา
2. นักโทษเด็ดขาดได้รับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับตั้งแต่วันต้องจำจนถึงวันที่เข้าหลักเกณฑ์ คือ จำมาแล้ว 180 วัน และเป็นชั้นดีขึ้นไป ทั้งนี้ ให้รวมวันหักขังเข้าด้วย และเมื่อเริ่มเดือนที่ 7 ถึงจะได้รับผลประโยชน์จากการลดวันต้องโทษจำคุกตามชั้นที่ได้รับอยู่ คือ ตั้งแต่ชั้นดีขึ้นไป แต่ถ้านักโทษเด็ดขาดยังอยู่ในชั้นกลาง-เลว-เลวมาก ก็ยังไม่ได้รับประโยชน์ให้รอจนกว่าจะสะสมความดีให้เข้าหลักเกณฑ์
3. นักโทษเด็ดขาดที่ได้รับโทษจำคุก ในกรณีต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ที่มีการเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก
ที่มีกำหนดเวลา ต้องได้รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี จึงจะเริ่มได้รับผลประโยชน์จากการลดวันต้องโทษจำคุกตามชั้นที่มีอยู่
ตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ โดยเริ่มได้รับผลประโยชน์ตั้งแต่เดือนที่ 1 ของปีที่ 11 ที่ต้องโทษมา
4. นักโทษเด็ดขาดอาจได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกตามชั้นและตามจำนวนวัน ดังต่อไปนี้

- ชั้นเยี่ยม......... เดือนละห้าวัน
- ชั้นดีมาก........ เดือนละสี่วัน
- ชั้นดี............... เดือนละสามวัน


5. เมื่อเห็นสมควรลดวันต้องโทษจำคุกใหเแก่นักโทษเด็ดขาดให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์
เสนอให้คณะกรรมการลดวันต้องโทษจำคุกเป็นผู้พิจารณา
6. การลดวันต้องโทษจำคุกให้มีคณะกรรมการฯ ประกอบด้วยผู้แทนกรมราชทัณฑ์ กรมตำรวจ กรมอัยการ กรมประชาสงเคราะห์ และจิตแพทย์จากรมการแพทย์ เป็นผู้พิจรณาโดยมติเสียงส่วนมาก
7. นักโทษเด็ดขาดที่มีวันสะสม วันลดวันต้องโทษจำคุกแล้ว แต่ไปกระทำผิดวินัย อาจถูกตัดจำนวนวันที่ได้รับการลดวันต้องโทษจำคุก ตามความหนักเบาของความผิดทางวินัยนั้นๆ
ในกรณีและเงื่อนไขอย่างใดจะถูกลงโทษตัดวันลดวันต้องโทษจำคุกให้ปฏิบัติตามกฏกระทรวงฉบับที่ 8 พ.ศ.2521 ข้อ 4
8. ถ้านักโทษเด็ดขาดถูกลงโทษลดชั้น จากชั้นเยี่ยมมาเป็นชั้นดีมาก หรือชั้นดีก็ตาม จะไม่ได้รับประโยชน์ในเดือนที่ถูกลดชั้นนั้นและให้ได้รับผลประโยชน์ในชั้นใหม่ที่ถูกลดชั้นในเดือนถัดไป
และถ้าตัดวันสะสมเนื่องจากทำผิดวินัยแล้ว ผลประโยชน์ที่เหลือให้นำมารวมกับผลประโยชน์ในชั้นที่ถูกลดลงถ้านักโทษเด็ดขาดคนใดถูกลดชั้นเป็นชั้นเลวลงมา เนื่องจากกระทำผิดวินัย จะไม่ได้รับการนำเสนอชื่อเข้าขออนุมัติวันลดโทษจากคณะกรรมการฯ ผลประโยชน์ที่เหลือจากการตัดวันสะสมนั้น
ให้เก็บไว้จนกว่านักโทษดังกล่าวจะประพฤติตนดีมีระเบียบวินัย และได้รับการเลื่อนชั้นขึ้นเป็นชั้นกลางเมื่อใด จึงสามารถนำเสนอชื่อเข้าขออนุมัติวันลดโทษจากคณะกรรมการฯ ได้ (ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการลดวันต้องโทษจำคุก ครั้งที่ 6/2540 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2540
9. นักโทษเด็ดขาดคนใดเหลือโทษจำคุกต่อไปเท่ากับจำนวนวันลดวันต้องโทษจำคุกที่จะได้รับ และคณะกรรมการพิจารณาให้ลดวันต้องโทษจำคุกได้ก็ให้ปล่อยตัวไปแต่ต้องปฏิบัติตน
โดยเคร่งครัดตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้สำหรับความประพฤติแห่งตน โดยให้นำเงื่อนไข
และหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับการคุมประพฤติผู้ได้พักการลงโทษมาใช้บังคับโดยอนุโลม
10. นักโทษเด็ดขาดที่ได้รับการปล่อยตัวไป เนื่องจากได้รับการลดวันต้องโทษจำคุก หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข
การคุมประพฤติข้อหนึ่งข้อใด นักโทษเด็ดขาดผู้นั้นอาจถูกจับมาอีก โดยไม่ต้องมีหมายจับ และนำกลับมาจำคุกต่อไป
ตามกำหนดโทษที่เหลืออยู่ และจะลงโทษทางวินัยอีกด้วยก็ได้ แล้วรายงานของเพิกถอนการลดวันต้องโทษ
ของนักโทษเด็ดขาดผู้นั้นไปยังกรมราชทัณฑ์ เพื่อให้คณะกรรมการลดวันต้องโทษจำคุกสั่งถอนวันลดวันต้องโทษ
จำคุกที่ยังเหลืออยู่
11. นักโทษเด็ดขาดที่ได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกแล้ว อาจถูกตัดจำนวนวันที่ได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกต่อไปนี้

1. ไม่เกิน 60 วัน แต่ไม่น้อยกว่า 30 วัน สำหรับการกระทำผิดวินัยอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ สมคบกับ
ผู้อื่นก่อความไม่สงบเรียบร้อยขึ้น ทำร้ายหรือพยายามทำร้ายพนักงานเจ้าหน้าที่ พยายามหลบหนี
หรือไม่หลบหนีไปแล้วแต่ได้ตัวคืนมา ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งหน้า จงใจก่อความเสียหาย
ให้แก่ผู้อื่นหรือกิจการของเรือนจำ และได้เกิดความเสียหายขึ้น กระทำความผิดในส่วนที่เกี่ยวกับเงิน
หรือสิ่งของต้องห้าม
2. ไม่เกิน 30 วัน แต่ไม่น้อยกว่า 15 วัน สำหรับการกระทำผิดวินัยอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ ก่อการวิวาท
กับผู้ต้องขังอื่นเนื่องๆ ก่อความวุ่นวายแต่ไม่ร้ายแรง จงใจหลีกเลี่ยงการงาน ทำร้ายหรือพยายามทำร้าย
ผู้อื่น จงใจก่อความเสียหายให้แก่ผู้อื่นหรือกิจการของเรือนจำ แต่ไม่เกิดความเสียหายขึ้น

3. ไม่เกิน 15 วัน สำหรับการกระทำผิดวินัยอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ กระด้างกระเดื่องต่อ
เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ วิวาทกับผู้ต้องขังอื่น เล่นการพนัน ฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับของเรือนจำ
ในกรีณีที่นักโทษเด็ดขาดผู้กระทำผิดวินัยผู้ใดมีวันลดวันต้องโทษจำคุกไม่ถึง 30 วัน สำหรับกรณี
ตามข้อ 1 หรือไม่ถึง 15 วัน สำหรับกรณีตามข้อ 2 ให้ตัดวันลดวันต้องโทษจำคุกที่มีอยู่ทั้งหมด
และจะลงโทษฐานผิดวินัยสถานอื่นอีกด้วยก็ได้ ทั้งนี้เพื่อให้เมาะแก่ความหนักเบาของการกระทำ
ผิดวินัยนั้น