|
นโยบายเน้นหนักกรมราชทัณฑ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 นโยบายเน้นหนักกรมราชทัณฑ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 ได้กำหนดโดยยึดถือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550-2554) คำแถลงนโยบาย ของคณะรัฐมนตรี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 นโยบายของกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ เป็นหลักในการดำเนินงาน โดยมุ่งหวังให้การปฏิบัติงานของกรมราชทัณฑ์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยถือเอาประโยชน์ส่วนรวม หลักคุณธรรมและจริยธรรม ตลอดจนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นที่ตั้ง ควบคู่กับการประสานการดำเนินงานกับทุกภาคส่วน ดังนี้
1. การสร้างราชทัณฑ์ใสสะอาด เพื่อสนับสนุนนโยบาย 4 ป. ของรัฐบาล ได้แก่ ความโปร่งใส ประหยัด ประสิทธิภาพและเป็นธรรม และนโยบายของกระทรวงยุติธรรม ที่มุ่งเน้นการปฏิบัติงานโดยยึดหลักกฎหมาย ระเบียบ ความถูกต้อง ด้วยความสุจริตและโปร่งใส จึงกำหนดแนวทางการดำเนินงาน ประกอบด้วย 1.1 การเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ ด้วยการรณรงค์ ปลูกฝังจิตสำนึก ค่านิยมต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ การสร้างมาตรฐานด้านจรรยาบรรณในการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ตลอดจนการลงโทษแก่ผู้ทุจริต ประพฤติมิชอบอย่างเฉียบขาด 1.2 การสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานและมาตรฐานความโปร่งใสในงานราชทัณฑ์ ด้วยการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการด้านต่างๆ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังอย่างถูกต้องตามหลักทัณฑวิทยาและหลักสิทธิมนุษยชน ให้สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างการยอมรับและความเชื่อมั่นของสังคมต่องานราชทัณฑ์ โดยการพัฒนามาตรฐานเรือนจำด้านต่างๆ ประกอบด้วย มาตรฐานเรือนจำ 10 ด้าน เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลของงานราชทัณฑ์ไทย มาตรฐานความโปร่งใสของเรือนจำ 5 ด้าน เพื่อก้าวสู่ความเป็นราชทัณฑ์ยุคใหม่ โปร่งใสและตรวจสอบได้ มาตรฐานสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานการดำรงชีวิตของผู้ต้องขัง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง เป็นต้น ทั้งนี้ การพัฒนามาตรฐานเรือนจำดังกล่าว ให้มีการดำเนินงานครอบคลุมทุกเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ 2. การพัฒนาไปสู่องค์กรแห่งความพอเพียง ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนให้ข้าราชการและหน่วยงานในสังกัด ได้ยึดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางในการดำรงชีวิตและการทำงาน ประกอบด้วย 2.1 การเปลี่ยนวิถีชีวิตข้าราชการให้ใช้ชีวิตแบบพอเพียง รู้จักประมาณตน ประหยัด อดออม มีคุณธรรมจริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต มีความเพียรและอดทน รู้จักการเสียสละและการแบ่งปัน 2.2 การบริหารองค์กรแบบพอเพียง โดยยึดหลักความพอประมาณ ความมี เหตุผล และการมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี เพื่อป้องกันผลกระทบอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร 2.3 การปลูกฝังและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตผู้ต้องขังให้ใช้ชีวิตแบบพอเพียง มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจ มีศีลธรรมพื้นฐาน มีคุณธรรมและจริยธรรมในการดำเนินชีวิตและการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เพื่อกลับตัวเป็นพลเมืองดีเมื่อพ้นโทษ โดยมีกระบวนการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกันทุกมิติ และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนของสังคม มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการพัฒนา
3. การป้องกันและระงับการก่อเหตุร้ายและการจลาจล เนื่องจากการก่อเหตุร้ายและการจลาจลในเรือนจำและทัณฑสถาน ก่อให้เกิดความสูญเสียและเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและงบประมาณของทางราชการ ทั้งต่อชีวิตและร่างกายของผู้ต้องขังและเจ้าพนักงาน และที่สำคัญคือ สร้างความเสียหายและลดความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่องานราชทัณฑ์โดยรวม จึงต้องปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพการป้องกันและระงับเหตุร้ายในเรือนจำและทัณฑสถาน ทั้งในระดับยุทธศาสตร์ มาตรการด้านการข่าว การอำนวยการ การสั่งการ การประสานงาน รวมทั้ง การกำชับเจ้าหน้าที่ให้เฝ้าระวังและถือปฏิบัติตามแผนหรือมาตรการการป้องกันและระงับเหตุร้ายที่กรมราชทัณฑ์กำหนดและสั่งการอย่างเคร่งครัด และเนื่องจากสาเหตุส่วนหนึ่งของการก่อเหตุร้ายและการจลาจล เกิดจากความไม่เป็นธรรมในการปกครองบังคับบัญชาผู้ต้องขังของ เจ้าพนักงานเรือนจำ จึงให้ถือเป็นหน้าที่อันสำคัญของผู้บัญชาการเรือนจำ/ผู้อำนวยการ ทัณฑสถาน ที่จะต้องกำกับ และสอดส่องดูแลการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด
4. การพัฒนาประสิทธิภาพการแก้ไขและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อมุ่งพัฒนาให้งานราชทัณฑ์เป็นงานซ่อมหรือปรับเปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมของผู้กระทำผิด โดยให้เรือนจำ/ทัณฑสถานเป็นแหล่งพัฒนาจิตใจและฟื้นฟูพฤติกรรมที่บกพร่องของผู้ต้องขัง ด้วยการฝึกวิชาชีพ การให้การศึกษา การอบรมทางศีลธรรมจรรยา การให้การสงเคราะห์และสวัสดิการ การจัดให้ทำงานสาธารณะและงานบริการสังคม รวมทั้งโปรแกรมการแก้ไขผู้ต้องขังด้านต่างๆ ที่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้กระทำผิดได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน สร้างสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคม ส่งผลให้อัตราการกระทำผิดซ้ำลดลง
5. การสร้างเครือข่ายพันธมิตรราชทัณฑ์และการสนับสนุนงานยุติธรรมชุมชน เพื่อเปิดโอกาสให้พันธมิตรราชทัณฑ์กลุ่มต่างๆ ได้เข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติงานราชทัณฑ์ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้วยวิธีการและรูปแบบต่างๆ เพื่อพัฒนาระบบการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังที่มีส่วนร่วมกับชุมชน เช่น การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ประจำตำบล ที่มีบทบาทประสานความร่วมมือกับประชาคม หมู่บ้าน ตำบล รวมทั้งเครือข่ายยุติธรรมในพื้นที่ เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวให้สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ รวมทั้งการติดตาม ดูแลหลังปล่อยด้วยการให้คำแนะนำด้านการใช้ชีวิตและการมีงานทำ เพื่อลดจำนวนผู้ต้องขังที่กลับมากระทำผิดซ้ำ นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างเครือข่ายพันธมิตรราชทัณฑ์ และสนับสนุนนโยบายยุติธรรมชุมชนของกระทรวงยุติธรรม ที่ต้องการทำให้ความยุติธรรมเป็นเรื่องใกล้ตัว มีอยู่ในทุกพื้นที่ และจับต้องได้
6. การพัฒนาภาพลักษณ์และสร้างการยอมรับของสังคม เพื่อประชาสัมพันธ์บทบาท ภารกิจและผลการดำเนินงานต่าง ๆ ของกรมราชทัณฑ์ รวมทั้งการปรับภาพลักษณ์ของผู้ต้องขังให้เป็นที่ยอมรับของสังคมมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการดำเนินงานอบรม แก้ไข ฟื้นฟูและพัฒนาจิตใจผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์ ด้วยการพัฒนา แนวทางการประชาสัมพันธ์เชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรมและมีความท้าทาย เช่น การเปิดเวทีราชทัณฑ์สื่อสารกับสาธารณะในรูปแบบต่างๆ การพัฒนาให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เป็น นักประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของหน่วยงาน การติดตามผู้ต้องขังหลังพ้นโทษเพื่อแสดงหรือสื่อสารให้สังคมได้เห็นว่า สามารถใช้ชีวิตหลังพ้นโทษได้อย่างปกติสุข มีงานทำและไม่เป็นภาระของสังคม เป็นต้น
|