ประโยชน์ที่นักโทษเด็ดขาดได้รับ

1.  การพักการลงโทษ

            หมายถึง การปลดปล่อยออกไปก่อนครบกำหนดโทษตามคำพิพากษาศาลภายใต้เงื่อนไข               คุมประพฤติที่กำหนด การพักการลงโทษมิใช่สิทธิของผู้ต้องขัง แต่เป็นประโยชน์ที่ทางราชการให้แก่นักโทษเด็ดขาดที่มีความประพฤติดี มีความก้าวหน้าทางการศึกษา ทำงานเกิดผลดีแก่เรือนจำหรือ          ทำความชอบแก่ทางราชการเป็นพิเศษ

 

ผู้ที่จะได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

            - เป็นนักโทษเด็ดขาด

            - ชั้นเยี่ยม      เหลือโทษจำคุกไม่เกิน  1  ใน  3

            - ชั้นดีมาก     เหลือโทษจำคุกไม่เกิน  1  ใน  4

            - ชั้นดี           เหลือโทษจำคุกไม่เกิน  1  ใน  5

 

เมื่ออยู่ในเกณฑ์พักการลงโทษแล้ว นักโทษเด็ดขาดจะต้องทำอย่างไรบ้าง   

        ภายหลังจากที่เจ้าพนักงานเรือนจำได้ประกาศรายชื่อให้ทราบทั่วกันแล้วว่า มีผู้ใดบ้างอยู่ใน           หลักเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษ นักโทษเด็ดขาดจะต้องปฏิบัติดังนี้

  • เตรียมให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่เจ้าพนักงานเรือนจำที่เกี่ยวข้องกับตนเอง พร้อมถิ่นที่อยู่และแจ้งชื่อ       ผู้ที่จะรับเป็นผู้อุปการะ

  • ทำคำร้องขอคัดสำเนาคำพิพากษาผ่านเรือนจำ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแต่อย่างใดหรือเพื่อความสะดวกรวดเร็วแจ้งให้ญาติไปติดต่อขอคัดสำเนาคำพิพากษาจากศาลเพื่อส่งให้เรือนจำโดยตรง

  • แจ้งให้ญาติไปติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอให้รับรองความประพฤติตามเอกสาร (.3 หรือ พ.4 พิเศษ) แล้วนำมอบให้เรือนจำ

  • เมื่อเจ้าพนักงานเรือนจำรวบรวมเอกสารครบถ้วนแล้วจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการเรือนจำ และส่งเรื่องไปยังกรมราชทัณฑ์ เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

  • เมื่อกรมราชทัณฑ์อนุมัติแล้ว จะแจ้งให้เรือนจำทราบเพื่อทำการปล่อยตัวต่อไป

 

2. การลดวันต้องโทษจำคุก

            ผู้ที่จะได้รับการปล่อยตัวลดวันต้องโทษจำคุก ต้องมีคุณสมบัติต่อไปนี้

            -เป็นนักโทษเด็ดขาดที่จำคุกมาแล้วตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป

                        สำหรับโทษจำคุกตลอดชีวิตต้องจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี จึงจะได้รับวันลดโทษสะสม โดยจะลดโทษให้ตามชั้นของนักโทษ คือ

                        ชั้นเยี่ยม        จะได้รับวันลดโทษเดือนละ         5     วัน

                        ชั้นดีมาก       จะได้รับวันลดโทษเดือนละ        4      วัน

                        ชั้นดี             จะได้รับวันลดโทษเดือนละ        3      วัน

 

                        เรือนจำจะรวมวันลดต้องโทษสะสมของผู้ต้องขังทุกรายไว้ให้ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการกรมราชทัณฑ์พิจารณาอนุมัติให้ปล่อยตัวเมื่อมีวันลดโทษสะสมเท่ากับโทษที่เหลือ การพิจารณา           จะทำทุกเดือนหากไม่ไปกระทำผิดวินัยเสียก่อน

 

3. การได้รับวันลดโทษจำคุกเมื่อออกไปทำงานสาธารณะ

            ผู้ที่จะได้รับการปล่อยตัวลดวันต้องโทษจำคุกเมื่อออกไปทำงานสาธารณะ นักโทษเด็ดขาดที่ได้รับอนุญาตให้ออกไปทำงานสาธารณะนอกเรือนจำ จะได้รับประโยชน์ลดวันต้องโทษจำคุกให้เท่ากับจำนวนวันที่ออกไปทำงาน คือ ออกไปทำงาน 1 วัน ก็จะได้รับวันลด 1 วัน เป็นต้น

 

คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการพิจารณาออกไปทำงานสาธารณะ

            1. เป็นนักโทษเด็ดขาดที่เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และไม่เป็นผู้กระทำผิดในคดีความผิดต่อ       พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร ความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยยาเสพย์ติดให้โทษ ส่วนความผิดอื่นๆ นอกจากที่กล่าวนี้ ทำงานสาธารณะได้ทั้งนั้น

            2.    จะต้องเหลือโทษจำคุกตามระยะเวลาในแต่ละชั้นของผู้ต้องขัง ดังนี้

                                    - ชั้นเยี่ยม            จำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า  1  ใน  5

                                    - ชั้นดีมาก            จำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า  1  ใน  4

                                    - ชั้นดี                  จำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า  1  ใน  3

                                    - ชั้นกลาง             จำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า  1  ใน  2

 

                        การที่นักโทษเด็ดขาดคนใดได้ออกไปทำงานสาธารณะหรือไม่นั้น ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการคัดเลือกของเรือนจำเสียก่อน

 

 

ความสำคัญของการเลื่อนชั้น

            ชั้น มีความสำคัญต่อนักโทษเด็ดขาดเป็นอย่างมาก ในระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำ นักโทษเด็ดขาดจะต้องพยายามประพฤติตนให้ดีขึ้น และไม่กระทำผิดวินัย ในทางกลับกันหากกระทำผิดวินัยจะถูก          ลงโทษลดชั้นและถูกตัดประโยชน์ที่ตนพึงจะได้รับ ฉะนั้น จึงให้ผู้ต้องขังทุกคนต้องรักษาชั้นไว้           อย่ากระทำผิดวินัยของเรือนจำ

            ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ ลดวันต้องโทษ และจากการออกทำงานสาธารณะ เป็นการให้โอกาสใช้ชีวิตอยู่นอกเรือนจำก่อนที่จะครบกำหนดโทษตามคำพิพากษา ดังนั้น นักโทษเด็ดขาดจะต้องมีผู้อุปการะและมีที่อยู่แน่นอน มิฉะนั้นจะไม่ได้รับการปล่อยตัว

 

ระหว่างการคุมประพฤติจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร

            ช่วงระหว่างการคุมประพฤติ จะมีเจ้าพนักงานคุมประพฤติหรืออาสาสมัครคุมประพฤติไปเยี่ยม       ที่บ้านของผู้ที่ได้รับการปล่อยตัว เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำ ดูแลช่วยเหลือสงเคราะห์เมื่อมีปัญหา โดยที่ ผู้ถูกคุมประพฤติจะต้องประพฤติปฏิบัติตามเงื่อนไข 8 ข้อ ที่กำหนดไว้หากประพฤติผิดเงื่อนไข              จะถูกนำตัวกลับมาคุมขังไว้ในเรือนจำตามเดิม และจะถูกลงโทษทางวินัยด้วย

 

เงื่อนไข 8 ข้อ มีดังนี้

            1. จะต้องพักอาศัยอยู่ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้กับเรือนจำ

            2. ห้ามออกนอกเขตท้องที่ที่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต

            3. ห้ามประพฤติตนเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน ดื่มสุรา ยาเสพย์ติด และกระทำผิดอาญาขึ้นอีก

            4. ประกอบอาชีพโดยสุจริต

            5. ปฏิบัติตามลัทธิศาสนา

            6. ห้ามพกพาอาวุธ

            7. ห้ามไปเยี่ยมบ้านหรือติดต่อกับนักโทษอื่นที่ไม่ใช่ญาติ

            8. ให้ไปรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติเรือนจำ เจ้าพนักงานปกครอง หรือหัวหน้าสถานีตำรวจทุกเดือน

 

            ถ้าผู้ได้รับการปล่อยตัว ประพฤติตนตามเงื่อนไขด้วยดีตลอด ก็จะได้รับใบบริสุทธิ์ และพ้นโทษไปตามคำพิพากษา เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติสืบต่อไป

 

 

นักโทษเด็ดขาดที่จะได้รับการพักการลงโทษและลดวันต้องโทษจำคุก

            จะต้องนำเอกสารมาประกอบการพิจารณาสืบเสาะข้อเท็จจริงก่อนปล่อยตัว ดังนี้

            1. สำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อนักโทษเด็ดขาดพักอาศัย

            2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้อุปการะที่นักโทษเด็ดขาดประสงค์จะไปพักอาศัย

            3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนักโทษเด็ดขาด หรือสำเนาเอกสารหลักฐานอื่นๆ

                ที่ทางราชการออกให้

            4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้อุปการะหรือสำเนาเอกสารหลักฐานอื่นๆ ที่ทางราชการ

                ออกให้

 

            กรณีนักโทษเด็ดขาดรายใดไม่มีผู้อุปการะ และที่อยู่แน่นอน เรือนจำจะดำเนินการประสานงานกับประชาสงเคราะห์จังหวัด องค์กรกุศลของภาครัฐและภาคเอกชน วัด และมูลนิธิต่างๆ ในท้องถิ่น           ให้ความช่วยเหลือในด้านที่พัก และการประกอบอาชีพ               

 

สิ่งของต้องห้าม

            สิ่งของต่อไปนี้ ห้ามมิให้นำเข้ามา หรือเก็บรักษาไว้  ในเรือนจำ

            1. ฝิ่น  กัญชา ยาเสพย์ติด หรือของมึนเมาอย่างอื่น

            2. สุรา หรือน้ำเมาซึ่งดื่มได้เมาอย่างสุรา

            3. เครื่องอุปกรณ์สำหรับเล่นการพนัน

            4. เครื่องอุปกรณ์ในการหลบหนี

            5. สาตราวุธ

            6. ของเน่าเสีย หรือของมีพิษต่อร่างกาย

            7. วัตถุระเบิด หรือน้ำมันเชื้อเพลิง

            8. สัตว์มีชีวิต

 

หมายเหตุ   เงิน  มิใช่สิ่งของต้องห้าม และไม่ใช่เป็นสิ่งของที่อนุญาต แต่ให้นำฝากไว้งานรับฝากเงินผู้ต้องขัง